ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

  ขอฉันนะ ตับ ม้าม ปอด ไต และ หัวใจ ของคุณ (ตอนที่ 3) (95 อ่าน)

16 ธ.ค. 2565 19:17




................... นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องเฉพาะ ไม่เหมาะสำหรับเด็ก และ เยาวชน ...................





ตอนที่ 3



เสียงไก่ขันภายนอกตัวบ้านปลุกให้ฉันงัวเงียลืมตาตื่นหันมองออกไปทางหน้าต่างทำจากกระจกใสบานเลื่อน มีผ้าม่านสองชั้นด้านนอกสีขาวโปร่งบางซ้อนทับอีกผืนด้านในสีควันบุหรี่ทึบแสงกันยูวีถูกรูดรวบเก็บไว้ด้านข้างทั้งสองฝั่ง เผยให้เห็นธรรมชาติร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ใบสีเขียวอ่อนจนถึงเขียวเข้มรู้สึกสบายตา สายลมพัดเอาส่วนใบปลายยอดพลิ้วไหวชดช้อยคล้ายกำลังดูกลุ่มนักเต้นบัลเลต์เขย่งปลายเท้าสะบัดแขนขาตามท่วงท่าทำนองดนตรีอย่างพร้อมเพรียงกันหน้าเวที ที่ใดมีต้นไม้ที่นั่นต้องมีนกสินะ เสียงแหลมเล็กของพวกมันตอบโต้ทักทายกันแต่หาตัวมันไม่เจอ คงซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ต้นใดต้นหนึ่ง หรืออาจเกาะอยู่ทุกต้น ช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนให้บรรยากาศในยามเช้าเวลานี้แลดูมีมนตร์เสน่ห์ ซึ่งหาโอกาสสัมผัสไม่ได้ในเมืองหลวง

ฉันยังคงนอนตะแคงคุดคู้กอดหมอนข้างอยู่บนเตียงหกฟุต ยิ้มหวานให้กรอบรูปภาพวาด ตับ ม้าม ปอด ไต และหัวใจ ที่คุณยกให้ฉัน พร้อมขวดโหลทั้งห้าวางเรียงรายบนโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมติดกับผนังห้องภายในนั้นบรรจุอวัยวะของคุณ ฉันทำสำเร็จกับการเอาชิ้นส่วนของคุณดองเก็บรักษาสภาพ มันยุ่งยากนิดหน่อยต้องหาวัสดุอุปกรณ์รวมถึงฟอร์มาลีน เอทิลแอลกอฮอล์ และแอลกอฮอล์มิเตอร์ เพื่อเอาไว้จุ่มลงไปในขวดโหลวัดค่าความเข้มข้น ขั้นตอนออกจุกจิกซับซ้อนหลายอย่าง แต่เพื่อคุณฉันทำได้ แถมยังสนุกตื่นเต้นด้วยสิ ถ้าไม่ผิดพลาดขั้นตอนไหน คุณอยู่ในนี้อีกนานหลายเดือนถึงจะเปลี่ยนถ่ายกันอีกครั้ง

ฝันของฉันกับคุณเป็นจริงแล้ว เราได้อยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้ คุณอยากให้มันเป็นเรือนหอของเราสองคน คุณคงลืมไปว่าสัญญาอะไรไว้ เราสัญญากันอีกห้าปีจะลาออกจากงานมาใช้ชีวิตร่วมกันอันแสนเรียบง่ายที่นี่ สร้างครอบครัวเล็ก ๆ มีลูกด้วยกันสองคน คุณบอกอยากได้เด็กผู้หญิงให้ไว้ผมยาว จะถักเปียหางม้าให้เองทุกวันก่อนจูงมือพาเดินไปส่งโรงเรียน ส่วนฉันอยากได้เด็กผู้ชาย ขอหน้าตาหล่อเหลาเหมือนคุณก็พอ คุณยังหยอกเล่นขอหล่อน้อยกว่าคุณนิดหน่อยกลัวฉันจะหลงรักเขามากกว่าคุณ พอนึกย้อนเวลาวันวานอันแสนหวานก็มีความสุขจนน่าใจหาย วันนี้มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่อย่างน้อยฉันก็ทำสำเร็จข้อหนึ่ง คือการทำให้คุณก็ได้อยู่กับฉัน

ตำรวจคงตามหาตัวฉันแทบพลิกแผ่นดิน ไปพร้อมกับการค้นหาว่าคุณเป็นใคร พวกเขาไม่มีวันหาเราเจอหรอก ฉันวางแผนงานนี้มาเป็นอย่างดีเพื่อคุณโดยเฉพาะ ทะเบียนรถนั่นก็เป็นของปลอมติดมากับรถยนต์ ฉันซื้อมันแบบผิดกฎหมาย เพราะเป็นรถที่พวกหิวเงินไม่รู้จะทำงานอะไร ก็ไล่ขโมยรถคนอื่นไปขาย ได้ราคาแพงเอาเรื่องอยู่หรอก แต่จะว่าไปมันก็คุ้มค่า พอจบงานฉันก็แค่ทำให้รถคันนี้ประสบอุบัติเหตุ กับให้คนตายเขาตายซ้ำอีกรอบคงไม่ผิดบาปอะไรฉันไม่ได้ฆ่าเขานี่ ทีนี้เรื่องก็จบ ตำรวจตามสืบคงเจอแต่ประโยคนี้

---คนร้ายนำศพปริศนามาทิ้งไว้ข้างกองขยะจากนั้นขับรถหลบหนีแต่เสียหลักพุ่งลงข้างทางเกิดเพลิงไหม้เผาทั้งคนทั้งรถ--- ไม่แน่บางทีตำรวจอาจไม่เชื่อ ยังตามหาคนอยู่ในรถคือใคร แต่มันก็ยากอยู่นะถ้าร่างนั้นเหลือแต่กระดูก

คุณจำป้าฟองข้างบ้านหลังนี้ได้ไหม คนที่แกป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายไง บ้านแกปลูกเป็นกระท่อมเล็ก ๆ อยู่สองคนกับลุงล้านสามีของแกไม่มีลูก ทำงานรับจ้างทั่วไปหาเช้ากินค่ำ ฉันเห็นแล้วสงสารเลยจ้างให้ลุงมาช่วยดูแลบ้านและสวนดอกไม้ให้เวลาไม่อยู่บ้าน ความจริงฉันเฝ้ารอวันที่ป้าแกจะไม่ทรมานกับโรคนี้อย่างใจเย็น แล้วข่าวดีก็มาถึงหูฉันเมื่อลุงล้านโทรศัพท์มาบอกป้าฟองเสียชีวิตแล้ว มันก็ถึงเวลาทำตามแผน ฉันจึงขอร้องชวนคุณกลับมาบ้านหลังนี้เป็นครั้งสุดท้าย ทีแรกคุณอิดออดไม่อยากมา ฉันรู้ว่าคุณอยากตัดสัมพันธ์โดยสิ้นเชิง แต่ฉันอ้างขอให้คุณมางานศพป้าฟองในฐานะคนเคยรู้จัก คุณถึงได้ยินยอมมาอย่างไม่เต็มใจ และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ฉันยิ้มเย็นให้กับคุณพร้อมเอ่ยคำมั่นสัญญา เพื่อทำให้คุณกลับมาอยู่บ้านหลังนี้ตลอดชีวิต

หลังจากฉันจัดการกับคุณเสร็จแล้ว คืนนั้นฉันก็ไปงานศพของป้าฟองอยู่รอจนดึก เห็นไม่มีใครฉันก็วางยาสลบลุงล้านกับคนที่นั่งอยู่เฝ้าโลงศพป้าอีกสองคนด้วยข้าวต้มมื้อดึก พอทุกคนหลับสนิท ฉันรีบงัดฝาโลงเพื่อเอาร่างของป้าออกมาแล้วเอาท่อนไม้พันผ้าห่มหนัก ๆ ไปใส่แทน ไม่มีใครสงสัยอะไร เพราะฉันบอกลุงล้านให้จัดการเผาศพของป้าในวันรุ่งขึ้นหลังสวดมนต์เลี้ยงพระเสร็จ และไม่ต้องเปิดฝาโลงเพื่อดูหน้าครั้งสุดท้ายหรอก มันจะทำให้ลุงคิดถึงป้าไปตลอดชีวิตเปล่า ๆ ลุงเขาเชื่อฉันนะ ก็ฉันรับเป็นเจ้าภาพจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายงานนี้ทั้งหมดนี่นา ลุงคงเกรงใจ จัดการนำโลงศพของป้าเข้าเตาเผาท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ปนคราบน้ำตาของลุงล้านและเพื่อนบ้านที่รู้จักกันไม่กี่คน รวมถึงฉันก้มหน้าภาวนากราบขอขมาอยู่ภายในใจ ขอให้ดวงวิญญาณของป้าฟองได้โปรดอภัยให้ฉัน ฉันรักคุณและมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้อีกนอกจากเดินหน้าเท่านั้น เพื่อให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดกาล

งานศพป้าฟองเสร็จเรียบร้อยในตอนสาย ฉันเอาเงินใส่ซองให้ลุงก้อนหนึ่งแลกกับร่างของป้าฟอง ที่ลุงเขาเข้าใจว่าถูกเผาไปเรียบร้อยแล้ว มันมากพอสำหรับค่าใช้จ่ายและให้ลุงอยู่ได้สบายโดยไม่ขัดสนไปอีกหลายเดือนพร้อมกับฝากฝังให้ดูแลบ้าน แต่คราวนี้ฉันล็อกประตูห้องนอนแน่นหนาเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเผื่อว่าฉันจะทำความสะอาดไม่เรียบร้อย หรืออาจหลงเหลือกลิ่นคาวเลือดมนุษย์ถึงแม้จะทำความสะอาดด้วยน้ำยาอย่างดีก็ตาม ลุงล้านมีถามหาคุณด้วยนะ ฉันบอกคุณติดธุระไม่ได้มาด้วย โชคเข้าข้างฉันตรงที่ไม่มีใครเห็นคุณเดินทางมากับฉันนี่แหละ ทุกอย่างเลยลงตัว

ฉันเดินทางกลับวันนั้นตอนค่ำ มีร่างของคุณกับป้าฟอง ใส่ในถุงขยะใบใหญ่สีดำคนละใบ ซึ่งซ้อนสามชั้นมัดจนแน่นป้องกันกลิ่นโชยออกมา ดีหน่อยที่คุณกับป้าตัวไม่ใหญ่โตมากนักจึงไม่ยากจะจับยัดใส่ไว้ท้ายรถ โชคดีต่อที่สองศพของป้าฟองแกเสียชีวิตผ่านไปแล้วยี่สิบสี่ชั่วโมง ภาวะคาดาเวอริคสปัสซั่ม (Cadaveric Spasm) หมดไปแล้ว ร่างกายของป้าจึงอ่อนตัวง่ายต่อการจัดระเบียบ แล้วเอาถุงอาหารแห้งพวกของคาว ปลาทูเค็ม กุ้งแหง กะปิ วางทับไว้เต็มเผื่อเกิดเจอด่านตำรวจ กันเอาไว้เป็นข้ออ้าง ความจริงก็เจอนะแต่โชคดีตำรวจไม่ขอตรวจท้ายรถ ทำเอาฉันหายใจไม่ทั่วท้องหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เหงื่อชุ่มมือเลยก็ว่าได้ จากนั้นก็วิ่งอ้อมเส้นทางไปเปลี่ยนรถยนต์ที่บ้านคุณเองแถวพระรามห้า มันก็ดูน่าขันดีนะ ตอนฉันเอารถคันนี้ไปฝากไว้ที่บ้านคุณ คุณถามฉัน “วันไหนจะมาเอาไปในเมื่อเราก็เลิกกันแล้ว” คำพูดของคุณมันเหมือนมีดปลายแหลมทิ่มแทงหัวใจมาก ฉันยังใจเย็นส่งยิ้มหวานให้คุณตอบกลับ "ไม่เกินหกเดือนกำลังซื้อบ้านใหม่" ความจริงดูทรงแล้วป้าฟองน่าจะอยู่ได้อีกไม่เกินนี้ ในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปตามอย่างใจคิดไว้ ฉันเคยอ่านเรื่องสั้นของคุณดินสอสีน้ำ ในพันทิปเรื่อง 'วางแผน' เธอเขียนไว้ประโยคหนึ่งซึ่งทำให้ฉันปฏิเสธไม่ได้เลยที่ต้องเห็นด้วยและต้องทำตาม ประโยคนั้นเขียนเอาไว้ว่า

“ให้วางแผนเหมือนไม่ได้วางแผน แล้วมันจะเป็นการวางแผนที่แนบเนียนที่สุด”



(มีต่อ)

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

16 ธ.ค. 2565 19:20 #1

.

นาฬิกาตั้งโต๊ะทำงานทรงกลมสีดำตัวหนังสือสีขาว ส่งเสียงดัง ติก ติก เมื่อเข็มยาวหมุนครบรอบมาจบที่เลข 12 ทุกครั้งอย่างสม่ำเสมอไม่มีเกียจคร้านตราบใดที่ก้อนถ่านซ่อนอยู่ด้านหลังไม่หมดแรงไปเสียก่อน ตอนนี้มันกำลังบอกเจ้าของห้องเป็นเวลา 09:20 น. หากแต่บุคคลดังกล่าวหาได้สนใจไม่ออกรำคาญเสียมากกว่า ยังคงให้ความสนใจข้อมูลต่าง ๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า กดเลื่อนเม้าส์ไปมาปะปนกับการถอนหายใจ บางครั้งก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่นจ้องมองจอภาพตรงหน้าราวกับสิ่งนั้นคือผู้ต้องหาที่เขากำลังกดดันให้มันยอมรับสารภาพ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ต้องเบนสายตาไปยังร่างสูงใหญ่ในชุดสีกากีน่าเกรงขาม ผิวเข้ม ผมสีดำแซมขาวตัดสั้นติดศีรษะ รูปหน้ายาวมีรอยหยักกลางหน้าผาก ส่งยิ้มทักทายจนเห็นรอยตีนกาแจ่มชัด มีผลให้ ร.ต.ท. วันชัย รีบลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินอ้อมโต๊ะมายัง พ.ต.ท. อินทัช หรือ สารวัตรอินตงฉิน ซึ่งเป็นฉายาเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาพร้อมใจกันแต่งตั้ง อีกฝ่ายกลับโบกมือเชิงห้ามพร้อมทำสัญญาณมือให้นั่งลง

“ตามสบายทุกคน ผมมาคุยธุระกับว่าที่ผู้กองวันชัย” ส่งยิ้มทักทายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนภายในห้องทำงานใหญ่ ซึ่งถูกแบ่งกันแยกโต๊ะออกเป็นสัดส่วน โดยไม่ลืมพาดพิงถึงบุคคลดังกล่าว

“ไม่ต้องพิธีว่าที่ผู้กองวันชัย ตามสบาย” ตั้งใจทักทายให้ดูเป็นกันเอง ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อีกตัวอยู่ฝั่งตรงข้าม

“สวัสดีครับสารวัตร มาหาผมถึงนี่มีอะไรพิเศษหรือเปล่าครับ ความจริงเรียกผมไปหาที่ห้องง่ายกว่านะครับ”

ยังคงยิ้มติดแก้มไม่ได้สนใจตอบกลับ สบตากับอีกฝ่ายพร้อมตั้งคำถาม“งานเป็นไงบ้าง ผมหมายถึงคดีผ่าหน้าท้อง”

“ยังไม่มีความคืบหน้าครับ หลักฐานได้มาอย่างที่สารวัตรทราบมันดูง่ายเกินไป ผมไม่อยากปิดคดีทั้งที่ยังสงสัยครับ”

“นิสัยคุณอยู่แล้วนี่ ผมชอบคุณก็ตรงนี้แหละ จับผู้ร้ายนะ ไม่ใช่จับแพะ”

“ครับสารวัตร”

“ผมแวะมาบอกคุณเรื่องผู้กำกับ ผมคุยให้แล้วเดินหน้าต่อได้เลย”

“ขอบคุณครับ”

“นี่ผมมอบงานคุณเยอะเกินไปไหม ผมโอนงานนี้ให้คนอื่นได้นะ”

พ.ต.ท. อินทัช กอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เห็นคนตรงหน้าดูเงียบขรึมผิดปกติ อาจเป็นเพราะภาระรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีต่าง ๆ ล้นมือ บวกกับได้คดีที่มีท่าทีปิดไม่ลงมาเพิ่มอีกทำให้เครียดจนเกินไป

“ไม่ครับ ผมทำได้” ปฏิเสธทันควัน เพื่อแสดงให้ผู้บังคับบัญชารู้ว่าเขายินดีรับผิดชอบดูแลคดีนี้

“ถ้าไม่ไหวก็บอก ผมไปละมีประชุมกับท่านผู้ใหญ่ต่อ ให้ช่วยอะไรต่อสายตรงหาผมได้ตลอด”

“ขอบคุณครับสารวัตร”

คราวนี้ ร.ต.ท. วันชัย ไม่ทำตามคำห้ามปรามลุกขึ้นเดินก้าวนำหน้าเปิดประตูให้กับ พ.ต.ท. อินทัช ก่อนจะกลับมานั่งโต๊ะ หยิบโทรศัพท์มือถือกดหารายชื่อโทรฯ ออกรอให้เสียงปลายสายขานรับ

“ครับผู้หมวด”

“จ่าอยู่ไหน ผมขอรายงานคนหายเพิ่มเติมภายในวันนี้นะ”

“รับทราบครับ ตอนนี้ผมคุยอยู่กับร้อยเวรหน้าโรงพักครับผม” จ.ส.ต.เกิดตอบกลับเร็วพลัน

จากการเข้าไปตรวจสอบบ้านญาติคนหาย ถึงแม้ไม่ได้อะไรแต่ก็มั่นใจว่าไม่ใช่ชายนิรนามที่ถูกฆ่า และรถยนต์คันมีผ้าคลุมรถปิดอยู่ก็คนละยี่ห้อแถมยังเป็นทะเบียนรถเลขสวยประมูลเพื่อการกุศลเสียอีก แต่ถึงอย่างไรก็ยังคาดหวังอาจมีใครมาแจ้งความคนหายเพิ่มเติม หรืออาจต้องตรวจสอบย้อนหลังไปอีกหนึ่งปีไม่ใช่หนึ่งเดือน

“แล้วเรื่องสองแม่ลูกมีความเคลื่อนไหวบ้างไหมจ่า”

“เจ้าหน้าที่ติดตามรายงานมา ไม่มีอะไรพิรุธเลยครับ”

“ตามต่อไป”

“ครับผู้หมวด”

---ต่อให้แกซ่อนตัวอยู่นรกขุมสุดท้าย ฉันก็จะตามไปขุดเอาแกขึ้นมารับโทษ--- สบถใส่เอกสารหลักฐานตรงหน้าราวกับมันเป็นผู้สมคบคิดร่วมกับฆาตกรปกปิดการจับกุม ก่อนหยิบรายงานข้อมูลบนโต๊ะตรงหน้าเกี่ยวกับ ทะเบียนรถ 01 กก 0201 กรุงเทพมหานคร ยี่ห้อนิสสัน ขึ้นมาอ่าน จากการลงมือสืบสาวราวเรื่องของ ร.ต.ต. ประเสริฐ ทำให้พบความจริงที่ว่า รถยนต์คันนี้ติดป้ายทะเบียนปลอม เป็นรถยนต์ถูกพวกหัวขโมยนำไปขายต่ออีกทอด ส่วนคนรับซื้อ ให้การสารภาพได้รับจ้างเดินทางไปซื้อรถยนต์คันนี้ให้ผู้ว่าจ้างอีกที รู้จักกันผ่านทางเว็บไซด์หางานในอินเทอร์เน็ต ติดต่อมาทางโทรศัพท์ให้เข้าไปซื้อรถยนต์คันดังกล่าวเป็นเงินสด ขับมาส่งตามสถานที่นัดหมาย ผู้ว่าจ้างปิดบังหน้าตา ใส่หมวกแก๊ปสีน้ำตาล สวมแว่นตาสีดำ อาจเป็นผู้หญิงมองเห็นผมยาวถูกมัดรวบไว้ทางด้านหลัง ความสูงทั่วไปตามมาตรฐานคนไทย รูปร่างอวบหนาสวมเสื้อยีนส์สีซีดแขนยาวตัวใหญ่ ไม่ได้คุยด้วยยื่นเงินสดให้ก็ขับรถไปเลย ถามถึงน้ำเสียงทางโทรศัพท์ บอกดูแปลกคล้ายคนดัดเสียงแต่ไม่ได้สนใจ ช่วงนั้นไม่มีเงินเห็นค่าจ้างงามไม่ต้องทำอะไรแค่ไปจ่ายเงินรับรถมาส่งให้ได้ถึงสามหมื่นบาท คนโง่เท่านั้นที่ไม่รับงานนี้ และเป็นไปตามคาดแกะรอยเบอร์โทรศัพท์ต่อก็ถึงทางตัน หมายเลขดังกล่าวเป็นซิมเถื่อนไม่ได้ลงทะเบียนตัวบุคคลเอาไว้

----ฉลาดมากนะแก----คุยกับหลักฐานตรงหน้า ขบกรามแน่นเสียงดังกรอด และนั่นจึงทำให้เขาไม่ปักใจเชื่อว่า คนที่ตายในรถ ตามรายงานต่อไปนี้จะเป็นคนร้ายตัวจริง!

ข้อมูลเอกสารพร้อมภาพถ่าย วันที่ 19 เมษายน 2020 ช่วงเวลาเกิดเหตุ 05:30 – 06:30 น. รถยนต์คันหนึ่งเสียหลักตกลงข้างทางจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุล่าช้าเข้ามาช่วยไว้ไม่ทัน ทั้งรถและคนขับถูกไฟเผาไหม้วอดไปพร้อมกัน บนถนนเส้นทางหลวง 340 ตรงไปสุพรรณบุรี ตรวจสอบยืนยันแน่ชัดแล้ว เป็นรถยนต์นิสสันสีดำ หมายเลขทะเบียน 01 กก 0201 กรุงเทพมหานคร คันที่ก่อเหตุฆาตกรรมศพผ่าหน้าท้องควักเอาอวัยวะทั้งห้าออกมา ยัดศพใส่ในถุงดำนำไปทิ้งข้างถังขยะริมฟุตพาท ภายหลังเจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ตายอาจอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ขณะขับรถมาด้วยความเร็วจนทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ เพราะมีขวดสุราอยู่ในกองเศษซากนั้นด้วย ส่วนผู้ตายยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใคร ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างตรวจสอบ นั่นจึงทำให้ ร.ต.ท. วันชัย สั่งให้ ส.ต.อ. ชุมพล และ ส.ต.อ. เสียม แทงเรื่องขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบคดีนี้ทันที

หยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายถึงผู้ใต้บังคับบัญชาอีกครั้ง

“สิบเอกชุมพลกับสิบเอกเสียม ทำงานได้ดีมาก ผมขอท่านสารวัตรให้คุณสองคนเข้าไปร่วมกับคดีนี้โดยตรงอย่างใกล้ชิดแล้ว ไฟเขียว ตามติดเอาข้อมูลมาให้ผมด่วน”

“รับทราบครับผู้หมวด” ส.ต.อ. ชุมพลตอบกลับผ่านโทรศัพท์สุ้มเสียงแช่มชื่นได้รับคำชมกับผลงานของตัวเองและเพื่อนรวมงาน พร้อมเดินหน้าค้นหาความจริง

ต่อมาเป็นรายงานการตรวจสอบ มีใครรับซื้อขายอวัยวะ ของ ด.ต. ณรงค์ ขณะกำลังเปิดเอกสารอ่านทีละแผ่น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเกินสามครั้งรัว ๆ จนทำให้คนอยู่ภายในห้องรีบเงยหน้าหันไปตามเสียง เสมือนเป็นสัญญาณบางอย่างบอกเขาถึงสิ่งที่จะได้เห็นหรือรับรู้ต้องไม่ใช่เรื่องของความโชคดีแน่นอน

“ผู้หมวดครับ สายของเรารายงานมาว่า เห็นชายที่อยู่กับป้าสายใจคนแรกเดินมารอป้ายรถเมล์ และกำลังจะเข้าชาร์จตัวเพื่อมาให้ปากคำ นายคนนั้นก็ต่อสู้วิ่งหลบหนีตำรวจเข้าไปในหมู่บ้านหนึ่งซึ่งไม่มียามเฝ้าครับ” จ.ส.ต. เกิด ยืนอยู่กลางประตู หน้าตาแตกตื่นพูดไวจนลิ้นเกือบพันกัน

“หือ...หนีทำไม ไปดูกันหน่อยจ่า”

เรื่องดังกล่าวทำให้ ร.ต.ท. วันชัยรีบเก็บเอกสารปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ หยิบเสื้อตัวนอกแขนยาวสีน้ำเงินพาดอยู่หลังเบาะเก้าอี้ขึ้นมาสวมเดินออกจากห้อง จ.ส.ต.เกิดผลักประตูออกกว้าง ให้อีกฝ่ายผ่านไปก่อนจึงดึงประตูปิด รีบจ้ำอ้าวก้าวตามแทบไม่ทัน และงานนี้ขอเป็นฝ่ายขับรถเสียเอง เพื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุให้ไวที่สุด



(มีต่อ)

.

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

16 ธ.ค. 2565 19:24 #2

.

“ผู้ต้องสงสัยวิ่งหนีเข้าไปในหมู่บ้านนี้ครับ”

ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งรายงานให้ ร.ต.ท. วันชัย และ จ.ส.ต. เกิด ทราบขณะยืนเฝ้าอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านรุ่งเรืองซึ่งเลยป้ายรถประจำทางมาประมาณสองร้อยเมตร หมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮ้าส์สร้างติด ๆ กันร่วมสามร้อยกว่าหลังคาเรือน มีตรอกซอกซอยมากมายทะลุหากันได้ หากกางแผนผังคงดูไม่ต่างไปจากแผนที่ของถนนเขาวงกตดี ๆ นี่เอง

“แล้วมีใครไปดักทางออกด้านหลังหมู่บ้านหรือยัง”

“มีแล้วครับ”

งานนี้ไม่น่าจะใช่ปิดประตูตีแมวเสียแล้ว เพราะผู้ต้องหาสามารถปีนรั้วกำแพงอิฐหนีไปที่อื่นได้รอบทิศทาง ร.ต.ท. วันชัยลงจากรถเปลี่ยนให้จ่าเกิดขับแทน ไม่ลืมสั่งจ่าเกิดหยิบเสื้อเกราะกันกระสุนขึ้นมาสวมใส่เสียก่อน ป้องกันการปะทะกันซึ่งหน้าเผื่อผู้ต้องสงสัยจะมีมัจจุราชวายร้ายอยู่ในมือ

จ.ส.ต. เกิดขับรถตระเวนไปทุกซอกซอยอย่างช้า ๆ สายตาสอดส่ายหาสิ่งผิดปกติ เห็นตำรวจบางนายเดินออกจากซอยนั้น เข้าซอยนี้ ชาวบ้านบางคนสงสัยออกมาเกาะประตูรั้วมองดูอยู่หน้าบ้าน บางหลังหวาดกลัวรีบปิดประตูหันมาแง้มผ้าม่านส่องผ่านทางหน้าต่าง

ขณะรถของทั้งสองกำลังเลี้ยวเข้าในซอย ก็เห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ริมสุดมีพื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับทำสวนดอกไม้ดูผิดปกติ ได้ยินเสียงสุนัขตัวหนึ่งกำลังเห่าสิ่งแปลกปลอมหลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ชิดกำแพง ซึ่งเวลานี้เจ้าของบ้านไม่อยู่มีแต่มันเท่านั้นนอนเฝ้ารอคอยให้นายของมันกลับมา ส่งเสียงเห่า โฮ่ง โฮ่ง พร้อมเสียงครางขู่ในลำคอ จึงทำให้ ร.ต.ท. วันชัย ลงจากรถปีนข้ามรั้วบ้านสูงประมาณเมตรครึ่ง เมื่อมั่นใจเจ้าของบ้านไม่อยู่ และคาดว่าอาจเป็นผู้ต้องสงสัยกำลังหลบหนีกบดานอยู่ที่นี่

หยิบปืนสั้นออกมาจากช่องเก็บปืนข้างเอว วาดปืนมาทางด้านหน้าสองมือจับไว้มั่นเตรียมพร้อมกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และอาวุธอันนี้แหละมักทำให้คนร้ายหวาดกลัวยอมจำนนเพียงแค่เห็นมัน สายตาจับจ้องตามเสียงเห่าของสุนัขตัวนั้น ก้าวย่างอย่างระมัดระวังแผ่วเบาเงียบกริบ แต่ช้าไปเสียแล้ว ผู้ต้องสงสัยรู้ทันทีที่ได้ยินเสียงรถยนต์หน้าบ้านดับเครื่อง รีบปีนขึ้นกำแพงหนีไปอีกฝั่งเห็นหลังไว ๆ ร.ต.ท. วันชัยเก็บปืนไล่กวดตามหลังไปติด ๆ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเอ ไปโผล่ซอยบี วิ่งอ้อมทางด้านหลังทะลุซอยซี เห็นตำรวจยืนดักอยู่ประตูใหญ่หลังหมู่บ้าน วิ่งหน้าตั้งตรงไปสุดซอย ถึงทางตัน ผู้ต้องสงสัยเข้าตาจน หาหนทางให้ตัวเองรอด เห็นชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังไขกุญแจประตู้รั้วเข้าบ้าน โผวิ่งเข้าล็อกคอเอาไว้เป็นตัวประกัน

“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นผมแทงคอลุงทะลุแน่” ชายผู้ต้องสงสัยรีบหันมาเผชิญหน้ากับ ร.ต.ท. วันชัยในมือเปียกชุ่มชื้นแฉะไปด้วยเหงื่อจับปลายปากกาจิ้มไปที่คอหอยตัวประกัน น้ำเสียงสั่น หายใจหอบถี่เต้นเร็วผิดจังหวะ แววตาลุกลี้ลุกลนหวาดระแวง

ด้วยท่าทางของผู้ต้องสงสัย ทำให้รู้ได้ไม่ยาก ชายคนนี้ไม่ใช่ผู้ร้ายมืออาชีพ การเจรจาต่อรองคงไม่ใช่เรื่องยาก

“ใจเย็น ๆ คุณ อย่าทำอะไรลุงเขานะ” กางมือสองข้างออกให้รู้ว่าไม่ได้จับอาวุธ มองหน้าลุงถูกล็อกคอเวลานี้หดซีดราวแผ่นกระดาษขาว ถุงพลาสติกในมือหลายถุงร่วงหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย ต้มจืดผัดผักแตกออกจากถุง

“คุณตำรวจไล่ตามจับผมทำไม”

“แล้วคุณทำอะไรผิด ถึงได้วิ่งหนีตำรวจ”

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”

“งั้นวิ่งหนีทำไม”

“เอ่อ...ผมไม่ได้ขายนะแค่จะกินแต่ยังไม่ทันได้กินเลย”

“คุณหมายถึงอะไร”

“เพิ่งซื้อมาเม็ดเดียวเมื่อเช้าผมเครียด”

“คุณหมายถึงคุณซื้อยาบ้า”

ร.ต.ท. วันชัยรู้ต้นสายปลายเหตุทำไมผู้ต้องสงสัยรายนี้ถึงได้วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ซึ่งพยายามจะเข้าไปนำตัวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ เกิดกลัวคิดว่าตัวเองจะถูกจับข้อหามียาเสพติดไว้ครอบครองเลยวิ่งหนี เขาแนะนำตัวเองเป็นใคร และรับปากจะไม่มีการจับกุมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อหามีไว้เพื่อเสพ ตามบทลงโทษยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 แต่มีข้อแม้ ผู้ต้องสงสัยรายนี้ต้องทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายเสียก่อน หากผลออกมาไม่มีจริงก็จะปล่อยตัวไป

“ผมจะเชื่อใจคุณตำรวจได้ยังไงว่าจะไม่จับผมเข้าคุก” ตั้งคำถามเสียงสั่น

“ผมไม่ได้ให้คุณเชื่อ แต่ผมกำลังเสนอทางออกให้คุณ และมันมีทางนี้ทางเดียว ถ้าคุณไม่รับเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ผมก็ช่วยคุณไม่ได้แล้ว”

“จะเกิดอะไรขึ้นกับผม” กอดตัวประกันแน่นกว่าเดิม กดหัวปากกาจิ้มผิวเนื้อลำคอลึกลงจนลุงหน้าเหยเกร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ถ้าคุณทำให้ลุงเลือดออกมาแม้แต่หยดเดียว คุณจะโดนข้อหาเพิ่มอีกกระทง ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องจำคุกสามปี ปรับหกหมื่นบาท” ตอบกลับตีสีหน้าเคร่งขรึม เลือกโทษหนักสุดมาข่มขู่เอาไว้ก่อน เดินหน้าเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว

“รับข้อเสนอของผู้หมวดเถอะคุณ ก่อนจะไม่มีโอกาส” จ.ส.ต. เกิด ยืนอยู่ทางด้านหลังที่ตามมาสมทบตอกย้ำให้ทำตาม

“คุณคิดว่าคุณหนีพ้นเหรอ ผมจะนับหนึ่งถึงสามก่อนเปลี่ยนใจ หนึ่ง” จ้องตาอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ เดินเข้าหาอีกหนึ่งก้าว เมื่อสังเกตเห็นผู้ต้องสงสัยขยับปลายปากกาขึ้นไม่ให้สัมผัสผิวเนื้อตัวประกัน คลายอ้อมกอดให้หลวมลงเล็กน้อย

“ยะ...อย่าเข้ามานะ”

“สอง” ขยับเท้าไปอีกก้าว ราวสิงโตเดินเข้าหาเหยื่ออย่างใจเย็นเมื่อเห็นว่าเหยื่อของมันไม่มีทางหนีรอด ในขณะที่อีกฝ่ายเขยิบถอยร่นจนหลังติดกำแพงรั้วประตูหน้าบ้าน

“ผะ...ผมยอมแล้ว”

ผู้ต้องสงสัยยอมปล่อยตัวประกันและยกมือไหว้ขอโทษลุงกับสิ่งที่ตนทำ ส่วนลุงเห็นว่าไม่ได้รับความเสียหายอะไร อีกอย่างผู้ชายดังกล่าวไม่ได้ตั้งใจก็ไม่เอาเรื่อง เพียงแต่ขอให้ชดใช้ค่าอาหารถุงเป็นเงินสี่ร้อยบาท จากนั้นขึ้นรถพร้อม ร.ต.ท.วันชัย กลับมายังสถานีตำรวจ

ผลของการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายเบื้องต้น สำหรับผู้เสพยาบ้าหรือยาไอซ์ ปรากฏไม่พบสารเมทแอมเฟตามีนหรือแอมเฟตามีนแต่อย่างใดในตัวผู้ต้องสงสัย หรือชื่อเรียกตามบัตรประชน นายคมคาย น้อยใหญ่ นั่นจึงทำให้เขาไม่ต้องถูกจับ

และดูจากรูปพรรณสัณฐานตรงกับภาพสเก็ตจากคำให้การของนางสายใจ คนงานกวาดถนน ชายดังกล่าว ตัวสูง รูปร่างหนา ผมสั้นเปิดหน้าผาก จมูกโด่งบานออก ปากบาง ผิวขาวเหลือง จึงนำตัวไปห้องสอบสวนเพื่อสอบถามถึงคดีพบเจอศพในถุงขยะเมื่อสามวันก่อน

การสอบปากคำ ให้การตรงกันกับนางสายใจ วันนั้นนายคมคายรีบออกจากบ้านแต่เช้าเดินมาตามฟุตพาท ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งหวีดร้องลั่นอย่างหวาดกลัวราวกับเห็นผี ก็ทำให้เขารีบตรงเข้าไปหา เธอชี้ไปทางถังขยะบอกมีศพอยู่ในถุงดำ จึงเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ เห็นชัดเจนเป็นศพเลยรีบบอกให้เธอโทรศัพท์แจ้งความ ส่วนเขาไม่มีเวลาอยู่ได้ไม่นาน เพราะต้องรีบไปเตรียมเอกสารที่ออฟฟิศก่อนเริ่มประชุมแปดโมงเช้า ตลอดการสอบสวน ร.ต.ท. วันชัย เฝ้าสังเกตกิริยาท่าทางน้ำเสียงบุคคลดังกล่าวไม่มีส่อเค้ากำลังโกหกแต่อย่างใด หากบุรุษตรงหน้าคือผู้ร้ายนี่คงจะเป็นการโกหกแนบเนียนที่สุด จึงทำได้เพียงเก็บรวบรวมคำให้การพร้อมทั้งขอที่อยู่ที่ทำงาน บ้าน ถ่ายสำเนาบัตรประชนชนและหมายเลขโทรศัพท์เอาไว้กรณีมีข้อสงสัยภายหลังสามารถติดต่อได้สะดวก แล้วปล่อยตัวไป

“อย่าคิดหาซื้อยามาเสพอีกนะคุณ คราวหน้าถ้าผมเจอรับรองได้คุณไม่รอด รู้ไหมยาบ้าซื้อมาเสพมีความผิดตามกฎหมาย ต้องจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี หรือปรับเงินตั้งแต่ 10000 บาทถึง 60000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ข่มขู่ทิ้งท้าย

“ครับ ครับ ผมจะไม่ทำอีกเป็นอันขาด ขอบคุณครับ” ยกมือขึ้นไหว้ผงกศีรษะขึ้นลงซ้ำ ๆ หลายครั้ง

“อย่าหาทางออกด้วยวิธีนี้เลยคุณ เครียดมากคุยกับคนอื่นไม่ได้ก็คุยกับพ่อแม่เลย ในโลกนี้ไม่มีใครรักและรับฟังคุณเท่าสองท่านนี้อีกแล้ว พ่อแม่คุณยังอยู่ไหม...ผมหมายถึงยังมีชีวิตหรือเปล่า”

“ยังอยู่ครับคุณตำรวจ”

“ปรึกษาท่านจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา ถูกเลิกจ้างไม่ใช่เรื่องใหญ่จนถึงขนาดต้องทำร้ายตัวเอง มันเท่ากับคุณทำร้ายท่านทั้งสองไปด้วย”

“ครับ ผมจะกลับไปปรึกษาท่าน ผมขอบคุณ คุณตำรวจมากครับ” ยกแขนเสื้อข้างหนึ่งขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาลูกผู้ชายที่เขาพยายามให้มันไหลย้อนกลับ แต่ก็อดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่เพียงจิตนาการภาพภายในมองเห็นบุพการีทั้งสองร่ำไห้เสียใจตรงหน้าเขาก็บ่อน้ำตาแตก นึกดีใจเกิดเรื่องนี้ขึ้นก่อนที่เขาจะเสพยา คิดเพียงแค่เม็ดเดียวคงไม่เป็นไรถ้ามันทำให้สบายใจ แต่นั่นมันแค่ชั่วคราว แล้วเกิดติดใจกลายเป็นเสพติดเลิกไม่ได้ คงไม่ใช่แค่ตัวเขาที่จะเสียใจ ซ้ำร้ายอาจติดคุกติดตะรางทำให้ประวัติเสียหาย คราวนี้ไปสมัครงานไหนคงไม่มีใครรับ

“ผมกลับไปทำงานได้แล้วใช่ไหมครับคุณตำรวจ”

“ไปได้ ขอบคุณมากสำหรับข้อมูล”

“งั้นผมลาเลยนะครับ สวัสดีครับ”

นายคมคายยกมือขึ้นไหว้ลา ร.ต.ท. วันชัย ภายในห้องสอบสวนที่มีเพียงสองคน ก่อนออกจากสถานีตำรวจ แวะถามร้อยเวรถึงป้ายรถประจำทาง ได้ข้อมูลรีบก้าวเดินจ้ำอ้าว คล้ายกำลังกลัวถูกนำตัวไปสอบสวนซ้ำ โดยไม่ทันสังเกตตนเองกำลังถูกติดตามจากใครคนหนึ่งทางด้านหลังห่างกันเพียงไม่กี่เมตร



….จบตอน….

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

ตอบกระทู้
CAPTCHA Image
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้