ดินสอสีน้ำ

ดินสอสีน้ำ

สมาชิก

  เรื่องสั้น...กลับไม่ได้ไปไม่ถึง (148 อ่าน)

15 พ.ย. 2565 20:09



.

กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง



ผมชื่อ สิงโต ใช่ครับ สิงโต อย่างน้อยก็ตอนนี้ ล่ะครับ ไม่มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบคนไหนบนโลกใบนี้เขาใช้ชื่อ นามสกุลจริง มาบอกกันหรอกครับคุณต้องเชื่อผม เพราะผมเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ วันนี้ผมจะปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเป็นครั้งแรก บางทีผลงานชิ้นนี้อาจเป็นตัวชี้วัด ว่าผมจะได้ทำงานในสายอาชีพนี้อีกต่อไปไหม หรือไม่ก็จบเห่ กลับไปช่วยพ่อแม่เลี้ยงไอ้ทุยกลางทุ่งนาเหมือนเดิม



มีรายงานล่าสุดส่งตรงมาจากท่านหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของผม แก๊งที่เรียกตัวเองว่า ‘หมาบ้า’ กำลังวางแผนจับคู่ชายหญิงซึ่งเป็นคู่รัก หรือสามีภรรยากัน มาบังคับขืนใจให้ร่วมรักกันในสถานที่ ที่พวกมันเตรียมไว้ เพื่อทำคลิปวีดีโอ และถ่ายทอดสดให้พวกวีไอพีกรุ๊ปลับ ซึ่งพร้อมจ่ายเงินไม่อั้น ขอให้ได้เห็นฉากรักบนเตียงกันสด ๆ บางทีคนเราก็เห็นแก่ตัว หากินหาเงินบนความทุกข์ของคนอื่น



พวกมันรู้วิธีเลือกเหยื่อ หาแบบมีเกรด มีฐานะ หน้าตาผิวพรรณดี เดินเข้าตามบาร์มีคลาสหน่อย ประมาณว่า บาร์ระดับห้าดาวกันเลยทีเดียว ไม่เหมือนไก่ย่างห้าดาวนะครับอย่าเข้าใจผิด มันหาคู่ที่มากันเพียงสองคน สวยหล่อหุ่นดีพอเข้ากล้องได้ ล็อกเป้าหมายเรียบร้อย พวกมันก็แค่รอคอยอย่างเงียบเชียบ เสมือนสิงโตซุ่มจับจ้องรอตะครุบเหยื่อของมันอย่างใจเย็น ปล่อยให้เหยื่อของมันหลงระเริงสวีทหวานมองตากันหยาดเยิ้มสบายใจ ภายใต้การดูแลของพวกมันโดยไม่ให้คลาดสายตา และคู่ที่พวกมันเลือกจะไม่มีโอกาสได้กลับบ้านจนกว่าฟ้าสาง แล้วมันจะเป็นบาดแผลในใจ เป็นฝันร้ายของพวกเขาไปตลอดกาล



งานนี้ผมฉายเดี่ยวไม่ได้ ปลาชิ้นใหญ่คงไม่ติดเบ็ด ถ้าผมไม่มีเธออีกคนมาสวมบทบาทเป็นคนรัก แล้วพากันเดินเข้าบาร์สุดหรูติดอันดับต้น ๆ ให้ความสวยงาม บรรยากาศเบาสบาย พร้อมดนตรีสด ส่วนเครื่องดื่มมีทุกอย่าง ไวน์ จิน วิสกี้ แชมเปญ วอดก้า และอีกมากมาย อาหารก็อร่อย ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร



ในค่ำคืนนี้ ราตรี จึงจำเป็นต้องร่วมภารกิจกับผมในการล่อปลาให้มาติดเบ็ด ใช่ครับมันเป็นชื่อปลอม เธอเพิ่งตั้งขึ้นได้ห้านาทีก่อนเดินเข้ามาในบาร์ และมีอยู่อย่างหนึ่งซึ่งผมกับราตรีเหมือนกันมากก็คือ เราทั้งคู่เป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมือใหม่ แต่ถึงอย่างไรเสีย เท่าที่ผมประเมิน มันดูไม่ยาก ไม่ซับซ้อนอะไรเลย ออกจะง่ายเรียกว่าหมูในอวยเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นภารกิจนี้ผมเป็นคนคุมเกม



ราตรี แลดูสวยกว่าทุกครั้งเมื่อเรามีโอกาสเจอกันในบางครั้ง เธอแต่งหน้าทาปากเขียนคิ้ว ทำให้ใบหน้าสวยโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ แต่มันดูขัดกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวหลวมสีครีมและกางเกงยีนส์ขาเดฟสีกรมท่า ยิ่งเธอสวมสร้อยคอทองคำขาวพร้อมจี้ที่ดูไม่ออกว่ารูปอะไรด้วยแล้ว ผมก็อดไม่ได้ต้องแซวเธอไปตรง ๆ



“ผมว่า หน้าตากับสร้อยมันเหมาะกับชุดกระโปรงยาวสวย ๆ มากกว่าไหมครับ”



“เหรอคะ ฉันใส่แบบนี้เผื่อพร้อมลุย เวลาเกิดอะไรขึ้น ชุดราตรีอะไรนั่นฉันใส่ไม่เป็นหรอก ”



ราตรียิ้มมุมปากขำ ๆ ไม่ได้ใส่ใจว่าผม กำลังมองเธอแต่งตัวได้เชยระเบิด



“แต่ช่างมันเถอะครับ ดูรวม ๆ คุณก็ดูสวยดี”



“ขอบคุณค่ะ ที่อุตส่าห์ชม”



เธอพูดเหน็บผมจนได้ ความผิดผมเองแหละ ไม่น่าเผลอพูดแบบนั้นเลย หวังว่าเธอจะไม่เอามาใส่ใจ แยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับงานออกนะ เพราะคืนนี้เธอต้องแสดงบทบาทเป็นคู่รักผม



“พี่สิงโตไม่ต้องห่วงนะคะ ราตรีรู้ว่ากำลังทำอะไรค่ะ” ส่งสายตาและรอยยิ้มแพรวพราวมาให้ผม ว่าแต่ทำไมเธอต้องมารู้ทันความคิดผมด้วยนะ



“เออ..”



“สั่งอาหารดีกว่าค่ะพี่สิงโต ราตรีหิวแล้ว”



“ครับ”



เพื่อไม่ให้ผิดพลาด ผมไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่า พวกแก๊งหมาบ้า จะลงทุนเลือกเหยื่อเพียงแค่ดูภายนอกหรือตั้งแต่เริ่มสั่งเครื่องดื่ม ผมตัดสินใจใช้เงินงบประมาณของหลวงในการเลือกวอดก้า ราคาแพง สุดในร้าน สั่งอาหารมาด้วยเต็มโต๊ะ ทำตัวเป็นคุณผู้ชายลูกไฮโซ ที่แท้ผมกำลังหิวและอาหารบางอย่างตั้งแต่เกิดจนโตผมก็ยังไม่เคยชิม มันเป็นลาภปากของผมแล้วล่ะ



ตลอดช่วงเวลา ผมกับราตรีนั่งดื่มและรับประทานอาหารร่วมกัน ต่างแสดงบทบาทคู่รักได้อย่างแนบเนียนจนผมแอบคิดอยากหยุดช่วงเวลานี้เอาไว้นาน ๆ ถ้ามันเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความคิดแวบเดียวเท่านั้นแหละครับ อาชีพอย่างผมห้ามมีความรัก ผมตั้งกฎข้อนี้ขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะเป็นรักกับเพื่อนร่วมงาน หรือรักกับคนทั่วไป คำตอบสุดท้ายคือการสูญเสียและเจ็บปวด ผมจะไม่มีทางให้ใครมาทำให้ผมเป็นห่วงหรือตกอยู่ในอันตรายเพราะผม และจะไม่ยอมทำให้ตัวผมเอง ไปทำให้ใครต้องมาร้องไห้เจ็บปวดเสียใจเพราะผมถ้าผมต้องตาย



ผมไม่ใช่นักฉกฉวยโอกาส ภารกิจหน้าที่ในเวลานี้มันบังคับให้เราทั้งสองต้องแสดงเป็นคู่รักให้สมบทบาทมากสุด การจะให้นั่งโต๊ะกันคนละฝั่งฟังดนตรีเพราะ ๆ เหมือนมาคนเดียวคงดูแปลก ผมกับราตรีเลยต้องขยับมานั่งฝั่งเดียวกัน บางครั้งผมก็ต้องยอมกินอาหารที่เธอตักมาจ่อให้ถึงปาก จนบางทีผมแอบคิดไปไกล มันคงดีถ้านี่ไม่ใช่กำลังทำหน้าที่อยู่ สาบานได้มันเป็นความคิดแวบเดียวเท่านั้น



“พี่สิงโต เพลงนี้เพราะจังเลยค่ะ”



“ครับ”



ราตรีขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นแล้วเอียงศีรษะมาอิงซบอกกว้างของผม ทำเอาผมใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เลือดในกายสูบฉีดวิ่งพล่าน การแสดงของเธอถือว่ายอดเยี่ยม แต่ผมรู้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับผมนอกจากเพื่อนร่วมงาน เธอไม่น่าเลือกสายอาชีพนี้เลยให้ตายเถอะ ก็เธอสวยขนาดขึ้นประกวดเวทีนางงามได้สบายและผมก็มั่นใจว่าเธอต้องคว้ารางวัลติดไม้ติดมือมาบ้างแน่นอน



“คุณ เกือบเที่ยงคืนแล้วนะ น่าจะเดินแผนต่อไปกันได้แล้ว ฉันรู้สึกเลี่ยนตัวเองเต็มทน” เธอกระซิบแนบแผ่นอกผมเบา ๆ ทำเอาผมสะอึกพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ผงกหัวรับคำ



“ครับ งั้นเดี๋ยวผมจ่ายเงินเลย”

ผมไม่แน่ใจว่าแผนการณ์ครั้งนี้สำเร็จหรือเปล่า ไม่มีอะไรบอกได้ จนกว่าผมกับราตรี เดินออกจากบาร์ตรงไปที่รถ ผมสังเกตเห็นผู้ชายสองคนเดินตามผมกับราตรีมาทางด้านหลังอยู่ห่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าใช่ ผมก็ขอตรวจสอบดูก่อน



“น้องตรี พี่ปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำเฉยเลย ยืนรอพี่ตรงนี้แป๊บนะครับ”



“ค่ะพี่สิงโต”



ปล่อยมือเธอชั่วคราว เดินย้อนกลับเข้าไปข้างใน ให้เธอยืนคอยอยู่ด้านหน้า แอบลอบมองดูชายสองคน เดินตามหลังออกมาโดยไม่ให้พวกมันรู้ตัว พวกมันทำทีเดินผ่านราตรีออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ชายคนหนึ่งทำทีกุมหน้าท้อง และนั่นทำให้ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ปลาติดเบ็ดเรียบร้อยแล้ว เพราะพวกมันเดินย้อนกลับเข้ามาในร้านเข้าห้องน้ำตามผมไงล่ะ



“รอพี่นานไหม ขอโทษทีพอดีพี่เกิดปวดท้องหนัก”



“ไม่เป็นไรค่ะ”



ราตรีส่งยิ้มหวาน หันมาตามเสียง ผมขยิบตาให้เธอรู้ว่าเรากำลังถูกติดตาม จับมือเธอไว้แน่นไม่พูดอะไรอีก พากันเดินตรงไปยังลานจอดรถ ระหว่างทางมีอะไรบางอย่างโปะมาเต็มหน้าผม พยายามดิ้นขัดขืน แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงก่อนที่เราทั้งสองจะไปถึงรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเช่ามาโดยเฉพาะเพื่อภารกิจนี้





++++++++++++++++++++++++++++++++++





ผมงัวเงียตื่นขึ้นแล้วก็ต้องหลับตาลงไปใหม่อีกครั้ง ส่ายศีรษะไปมาช้า ๆ ค่อยลืมตาขึ้นอีกครั้ง ปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างภายในห้อง ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์กับร่างไร้สติ โดยไม่ต้องแปลกใจ เธอจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ราตรี



“ตื่นแล้วเหรอ ปลุกแฟนมืงขึ้นมาทำงาน พวกกูจะได้กลับบ้านเร็วหน่อยง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว”

ชายฉกรรจ์หนึ่งในสี่คนยืนอยู่ปลายเตียงสวมหมวกไอ้โม่งสีดำ เห็นแต่ลูกกะตากับปากเอ่ยขึ้น



“พวกคุณเป็นใคร แล้วจะให้เธอ..เอ่อ แฟนผมตื่นขึ้นมาทำอะไรครับ” ผมแกล้งทำทีเป็นสงสัย



“ไอ้นี่ถามแปลก เวลาพวกมืงสองคนอยู่บนเตียง พวกมืงทำอะไรกัน นั่งเล่นหมากเก็บมั้ง”



“หา...หมายถึงให้ผมกับแฟน...เอ่อ...ต่อหน้าพวกคุณงั้นเหรอ” ผมทำตาโตตกใจ เป็นเวลาเดียวกับ ราตรีสะดุ้งตื่น



“โอ้ย...รำคาญ มืงสองคนฟังกูพูดให้ดี มืงทั้งคู่จะต้องถอดเสื้อผ้า แล้วมีอะไรกันบนเตียงนี้ ให้พวกกูอัดวีดีโอและถ่ายทอดสด ถ้ามืงสองคนไม่ทำ ก็ไม่ได้กลับบ้าน อ้ออีกอย่างอย่าคิดเอาไปฟ้องตำรวจพวกกูสัญญาและรับรองว่าศพพวกมืงไม่สวยแน่”



ชายคนกลางรูปร่างสูงใหญ่กว่าเพื่อน ย่างสามขุมเข้ามาใกล้มากขึ้น แถมในมือถือมัจจุราชสีดำมันวับขนาดสั้นกระชับมือ มองด้วยสายตาน่าจะเป็น ลูกโม่ .38 Smith &Wesson ขึ้นมาจ่อเล็งตรงกลางหน้าผากผมเข้าพอดี ไม่ใช่สิมันต้องไม่เป็นแบบนี้



---ผมกับราตรีกำลังยืนคุยกันอยู่ข้างรถ มีชายฉกรรจ์สองคนเดินตรงเข้ามา จับราตรีเป็นตัวประกัน ผลักเธอเข้าไปในรถ แล้วพวกมันก็เข้าไปนั่งประกบ สั่งให้ผมขับรถไปตามคำสั่งของมัน แต่ผมรู้ทันและฉวยโอกาสล้วงหยิบปืนที่ซ่อนไว้ในรถขึ้นมาขู่ชายทั้งสอง ราตรีหยิบกุญแจมือเตรียมเอาไว้แล้วออกมา สั่งให้พวกมันเอามือไพล่หลังจากนั้นใส่กุญแจมือ แล้วพาไปสอบปากคำ เค้นเอาความจริงสืบหาต้นตอว่าพวกมันทำงานให้ใคร เพียงเท่านี้ก็สามารถขุดรากถอนโคนได้แล้ว นั่นคือเหตุการณ์ที่ผมวางแผนไว้ตั้งแต่แรก----



แล้วตอนนี้ผมต้องทำยังไงต่อไปดี จะกลับไปวางแผนแล้วเริ่มใหม่ก็กลับไม่ได้ จะให้เดินหน้าต่อทำตามที่พวกมันขู่ก็ทำไม่ได้ พาเธอหนีคงไปไม่ถึงไหน ก็มันแค่ห้องสี่เหลี่ยมมีผู้ชายรูปร่างบึกบึนอีกสี่คนยืนอยู่ตรงหน้า โอยผมพลาดแล้ว ผมไม่มีแผนสำรองในหัวด้วยสิ หรือว่าในเมื่อมัน กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง ก็ต้องทำตามน้ำเพื่อเอาตัวรอด นั่นหมายถึงผมได้ชื่อว่าข่มขืนราตรีโดยที่เธอไม่ได้สมยอม เรามองตากันปริบ ๆ เหมือนว่าเธอจะรู้ทันความคิดผมอีกแล้ว รีบกระเถิบออกห่างจากผมอัติโนมัติ



(มีต่อ)

.

ดินสอสีน้ำ

ดินสอสีน้ำ

สมาชิก

ดินสอสีน้ำ

ดินสอสีน้ำ

สมาชิก

15 พ.ย. 2565 20:10 #1

“ถ้ามันยากนัก กูขอเล่นบทสวาทกับแฟนมืงเองเลยแล้วกัน” ชายอีกคนริมสุดเอ่ยขึ้น ตรงไปยังราตรี จึงทำให้เธอรีบขยับมากอดแขนผมไว้แน่น



--เอาไงดี สิงโต คิดสิ คิดแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้านี้ยังไงดี คิด คิดให้ออกสิโว้ย--- ผมคุยกับตัวเองในใจ ทำอะไรไม่ถูก พวกมันมีอาวุธครบมือ เสี่ยงเกินไปถ้าต่อสู้กันซึ่งหน้าเกิดมันเอาปืนมายิงยังไงผมกับราตรีคงไม่รอด อีกอย่างการใช้กำลังแก้ปัญหาดูไม่เป็นผลดี อาจทำให้เลวร้ายลงกว่าเดิมจนสายเกินแก้



“พวกพี่ตั้งกล้องไว้แล้วออกไปอยู่ข้างนอกไม่ได้เหรอคะ หนูกับแฟนทำกันไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ถ้าพวกพี่อยู่ในห้องด้วย” เสียงราตรีเอ่ยขึ้นท่ามกลางความสับสน ทำเอาผมหันขวับไปมองหน้าเธออย่างไม่เชื่อหูตัวเองที่ได้ยินเช่นนั้น



“ไม่ได้ พวกกูอยากดูหนังสดว่ะ”



“ถ้างั้นพวกพี่ก็ฆ่าหนูสองคนเถอะค่ะ หนูกับแฟนทำแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ” ราตรีตอบไปทั้งยังกลัว คนใดคนหนึ่งเกิดบ้าบิ่นเอาจริง แต่มีบางอย่างบอกให้เธอรู้ว่า พวกมันจะทำตามที่เธอขอ เพราะพวกมันจะให้ลูกค้าวีไอพีรอนานไม่ได้



“ปากดีนักนะมึง อยากตายนักใช่ไหม มะกูจัดให้” ชายอีกคนตะคอกใส่เธอ ยกปืนขึ้นมาจ่อกลางหน้าผากเธอพร้อมเหนี่ยวไก



“เฮ้ย ไอ้นี่วอนหาเรื่อง มึงฆ่ามันแล้วจะเอาหนังสดไหนส่งให้ลูกค้าวะ เดี๋ยวนายใหญ่ก็เอามืงตายตามมันไปหรอก เอาตามนั้นแหละ พูดกันง่าย ๆ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว พวกพี่ก็จะได้รีบ ๆ กลับบ้าน เอาพวกแกตั้งกล้องแล้วออกไปดูข้างนอก ไอ้หมูแกเดินไปบอกไอ้อ่างอีกห้องเตรียมตัวถ่ายทอดสดให้กรุ๊ปลับวีไอพีได้เลย” ชายฉกรรจ์ที่คุยกับผมครั้งแรกรีบมาห้ามเพื่อนของมัน และออกคำสั่ง



“มืงสองคนห้ามตุกติก อย่าคิดว่าพวกกูออกไปแล้วขังตัวเองไว้ในห้อง โทรศัพท์เรียกให้ตำรวจมาช่วยล่ะ มือถือพวกมืงอยู่ที่กู ส่วนประตูมันล็อกจากข้างนอกอย่าฝันว่าจะหนีไปไหนพ้น”



“จ๊ะพี่ ขอบคุณจ๊ะ”



“น้องพอพวกพี่เดินออกไปก็เริ่มถอดเสื้อผ้าได้เลยนะ กล้องเปิดพร้อมใช้งานแล้ว” ชายหนึ่งในสี่หันมาคุยกับราตรี ส่งสัญญาณเตือนให้เราเล่นบทรักพิศวาสหวานชื่นบนเตียงนอน



“คุณจะทำอะไรน่ะ” ผมทำทีขยับเข้าไปกระซิบข้างหูราตรีให้เสมือนคล้ายกำลังก้มไปหอมแก้มเธอ



“ก็ทำตามที่พวกมันอยากให้ทำไง” ราตรีกระซิบตอบเบา ๆ เอื้อมมือมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้ผม



“จะบ้าหรือคุณ”



“แล้วคุณมีทางเลือกอื่นไหมล่ะ” เธอยิ้มเย็นไม่ยี่หระกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจนผมสับสนปนแปลกใจ



“เอ่อ..ผมขอโทษมันผิดแผน แต่เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ ผมขอสู้กับพวกมันสักตั้ง”



“คุณก็รู้ ไม่มีเทวดาหน้าไหนชนะลูกปืนได้”



คำพูดประโยคนี้ทำเอาผมสะอึก และก่อนผมจะพูดอะไรอีก เสียงประตูห้องถูกเปิดออก



“พวกมืงจะแกะกระดุมกันอีกนานไหมวะ และช่วยแสดงสีหน้าว่าอยากหน่อยได้ไหม ไม่ใช่ตายซากแบบนั้น”



“จ๊ะพี่ ขอโทษที พอดีเราสองคนยังอาย ๆ ที่รู้ว่ามีกล้องส่องอยู่น่ะพี่”



“เอานี่ไปส่องแทนเลยดีไหมวะ ลีลาดีนัก” ชูปืนสั้นขึ้นมาขู่ไปด้วยเสร็จสรรพ



“จ๊ะพี่ หนูกลัวแล้วจ๊ะ”



“นี่คุณเราต้องทำเรื่องแบบนี้กันจริง ๆ หรือ” ผมถามย้ำรู้สึกกระอักกระอ่วน กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมากที่สุดในเวลานี้



“คุณแกะกระดุมเสื้อให้ฉันสิ ก่อนพวกมันโมโห คราวนี้พวกมันเอาจริงแน่” ราตรีจ้องหน้าผมออกคำสั่ง ขณะเดียวกันเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง



“แน่ใจนะคุณ” ผมถามย้ำเสียงสั่น มือสั่น หัวใจเต้นโครมคราม กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก



“เป็นอะไรของคุณ” ราตรีถามกลับเห็นผมผละออกจากตัวเธอ หลังจากปลดกระดุมเสื้อเธอได้เพียงสามเม็ด แล้วเสียงประตูก็ถูกเปิดออกมาอีกครั้งเช่นกัน



“ไอ้หน้าจืด ถ้ามืงทำไม่ได้ลุกออกมา กูทำแทนมืงเอง รำคาญแกะกระดุมกันอยู่นั่นแหละ มึงจะแกะกันทั้งคืนหรือไงวะ” ชายคนเดิมในมือถือปืนสั้นก้าวย่างเข้ามาใกล้ ยังคงปิดบังใบหน้าสวมหมวกไอ้โม่งสีดำเข้ม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือน้ำเสียงเข้มดุดันเอาจริงของมัน จนผมรีบเอาตัวมาบังราตรีไว้ เกิดอาการหวาดกลัว ว่ามันจะทำจริง



“ขอโทษครับพี่ผมขอโทษ ให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับ”



“ไม่ต้อง ลุกมา กูเล่นเอง เฮ้ยพวกมืงมาจับไอ้หน้าจืดมัดไว้ อย่าขยับนะมืง ลูกปืนลั่นกูไม่รับประกันนะ” ไม่พูดเปล่าจ่อปลายกระบอกปืนฟาดเข้าโหนกแก้มด้านซ้ายของผมจนหน้าหัน รู้สึกหน้ามืดเห็นดาวระยิบระยับไปชั่วขณะ



“ขอเถอะพี่ ครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ” คราวนี้ราตรีออกมารับหน้าแทนผม กอดผมเอาไว้ ไม่ให้พูดอะไรอีก ซึ่งผมกำลังโกรธ หวังหาจังหวะต่อสู้ เพื่อแย่งปืนกระบอกนั้นมาให้ได้ ทว่ามันคงไร้ประโยชน์ในเมื่ออีกสามคนเดินตามมาสมทบอาวุธครบมือแบบนั้น ถ้าเธอไม่ห้ามผม เราอาจตายด้วยปืนของพวกมันคนใดคนหนึ่งแน่นอน



“ก็ได้ ครั้งสุดท้ายนะมืง อย่ามาล้อเล่นกับพวกกูอีก”



“จ๊ะพี่ ขอบคุณจ๊ะ”



เธอขอบคุณไล่หลังพวกมันหันมากระซิบกับผมแผ่วเบาว่า “ในเมื่อแผนของคุณมัน กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง ก็ใช้แผนของฉันล่ะกัน”



“แผนอะไรของคุณ” ผมถามออกไปด้วยความสงสัย



“อีกห้านาที ประวิงเวลาอีกแค่ห้านาที”



ราตรีจ้องหน้าและผลักผมลงไปนอน ก้มลงมาใกล้ชนิดได้ยินเสียงเต้นหัวใจของกันและกัน เธอพยายามช่วยถอดเสื้อเชิ้ตผมออก แล้วเลื่อนลงไปปลดเข้มขัดกางเกง ผมมองหน้าเธอจ้องตาไม่กะพริบจับมือเธอเอาไว้



“คุณอยากตายหรือไง ให้ฉันถอดกางเกงให้คุณดีแล้ว หรือคุณจะถอดกางเกงให้ฉันเลือกเอา”



ผมไม่ตอบปล่อยให้เธอปลดหัวเข็มขัดออกจากกางเกงยีนส์ จากนั้นเธอก็แกะกระดุม รูดซิปกางเกงยีนส์ให้ผม และแล้วก่อนที่ผมจะถูกเธอแก้ผ้าล่อนจ้อน ประตูบานเดิมก็เปิดออก คราวนี้ไม่ใช่พวกชายฉกรรจ์สี่คนนั่น แต่กลับเป็นร่างของท่านหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง แผนกที่ผมสังกัดอยู่



“คุณสองคนทำงานได้ดีมาก ภารกิจครั้งนี้จบแล้ว กลับไปได้ หลังจากนี้ให้ตำรวจนายอื่นประสานงานต่อ”



“เอ่อ...ท่านครับ ความจริงผม” รีบลุกขึ้นพรวดพราด ตรงมาโค้งคำนับบุคคลตรงหน้า



“ไม่เป็นไร มันเป็นงานแรกของคุณ ค่อยเรียนรู้ไป คราวนี้ถือว่าโชคเข้าข้างคุณ ถ้าผมไม่ให้ลูกสาวผมใส่สร้อยเส้นนี้ติดตัวไว้ตลอดเวลาปฏิบัติงาน เรื่องอาจจบไม่สวยก็ได้” ท่านหัวหน้าหน่วยยิ้มให้ผมตบบ่าเบา ๆ เชิงให้กำลังใจ



“ขอบคุณครับท่าน”



“อ้อ อย่าลืมรีบเอาน้ำแข็งประคบล่ะ ตอนนี้หน้าคุณปูดบวมไปข้างหนึ่งแล้ว”



“ครับท่าน” ผมรีบโค้งคำนับทำความเคารพท่านหัวหน้าอีกหน แล้วเหลียวไปทางราตรี



“มันเป็นกล้องวีดีโอขนาดจิ๋วพร้อมจีพีเอส ใครเห็นก็คิดว่ามันคือจี้ธรรมดาอันหนึ่งน่ะ”



ราตรีส่งยิ้มให้ผมพร้อมตอบข้อสงสัย แต่มันทำให้ผมอึ้งพูดอะไรไม่ออก ก็ตรงที่เธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าหน่วยข่าวกรองในสังกัด นับว่าเป็นความโชคดีของผม ไม่ฉกฉวยโอกาสเอางานนี้ แทะโลมลูกสาวของท่าน ไม่งั้นผมคงได้กลับไปเลี้ยงไอ้ทุยกลางทุ่งนาอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน



“อ้อ ฉันจะบอกคุณว่า แผนของคุณมันกลับไม่ได้ ไปไม่ถึงนะคะ และที่สำคัญ ฉันต่างหากเป็นคนคุมเกมนี้ อย่าลืมรูดซิปกางเกงด้วยค่ะ แล้วเจอกันใหม่ภารกิจหน้า มิสเตอร์ไลออน”



“…….”



…..THE END…..

.

ดินสอสีน้ำ

ดินสอสีน้ำ

สมาชิก

ตอบกระทู้
CAPTCHA Image
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้