ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

  ขอฉันนะ ตับ ม้าม ปอด ไต และหัวใจ ของคุณ (ตอนที่ 1) (784 อ่าน)

10 พ.ย. 2565 19:21

ขอฉันนะ ตับ ม้าม ปอด ไต และ หัวใจของคุณ



ฉันไม่ผิดหรอก ก็คุณเป็นคนมอบ ตับ ม้าน ปอด ไต และหัวใจ ให้ฉันแล้ว คุณถามฉันเองว่ารู้ไหมนอกจากหัวใจแล้วอวัยวะส่วนไหนอีกที่ดูดี ๆ มันก็มีส่วนคล้ายกับหัวใจของคนเรา พอฉันบอกไม่รู้ คุณก็เริ่มต้นหยิบกระดาษขึ้นมาวาดรูปอวัยวะภายในทีละชิ้นให้ฉันดูว่ามันคล้ายหัวใจยังไง

เริ่มจากหัวใจ อันนี้ฉันรู้จักดี มันคือหัวใจ และคุณบอกฉันว่ามันคือหัวใจของคุณ



รูปที่สอง ปอดทั้งสองข้าง คุณเพียงแค่วาดมันพลิกขึ้นลงสลับกัน มองดูใหม่มันก็คือหัวใจ ทำเอาฉันนิ่งอึ้งหยุดหายใจไปชั่วขณะ

รูปที่สาม ไตที่มีสองชิ้นให้เอาแนวติดท่อส่งหลอดเลือดแดงกับดำตั้งขึ้น จะมองเห็นเป็นรูปหัวใจป้อม ๆ สั้น ๆ น่ารัก ๆ คุณนี่ช่างแสนจินตนาการ มันทำให้ฉันอมยิ้มไม่หุบเลย

รูปที่สี่ คุณก็วาดรูปตับ บอกมันคือหัวใจครึ่งดวง ฉันถึงกับร้องว้าวสุดทึ่งกับความคิดของคุณจริง ๆ

รูปที่ห้าชิ้นสุดท้ายก็คือ ม้าม คุณวาดรูปเหมือนกับไตเท่านี้ก็คือหัวใจดวงเล็กแล้ว ฉันจำได้ว่าฉันตื่นเต้นหัวใจพองโตจ้องใบหน้าเปื้อนยิ้มของคุณ ถามว่าคิดได้ยังไงมันสมองของคุณช่าง ครีเอทเสียจริง เราหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุุข

พอคุณยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้กับฉันพร้อมกับพูดว่า หัวใจทุกดวงที่อยู่ในร่างกายนี้และเอานิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกของตัวเองขอมอบให้ฉันคนเดียวเท่านั้น ฉันร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าเลยคุณก็เห็น ซาบซึ้งกับการกระทำของคุณมาก ยังจดจำวันนั้นได้ดีมันติดตาตรึงใจมาตลอดจนทุกวันนี้ ฉันไม่ผิดหรอก ฉันเพียงแค่เอาสิ่งที่คุณมอบให้ฉันไว้ดูต่างหน้าแทนคุณ

ความจริง คุณบอกกระเพาะปัสสาวะก็เหมือนรูปหัวใจ ถึงแม้คนทั่วไปเห็นมันมีลักษณะคล้ายบอลลูนก็ตาม แต่คุณเลือกไม่เขียนให้เหตุผลว่ามันไม่อยู่ล้อมรอบหัวใจ และไกลหัวใจเกินไปไม่วาดดีกว่า มาถึงเวลานี้ฉันนึกดีใจคุณไม่วาดรูปกระเพาะปัสสาวะให้ฉันด้วย ไม่งั้นมันคงลำบากกับฉันแน่เลยที่ต้องเอาอวัยวะส่วนนั้นมาเก็บรักษา

เวลานี้ทุกคนคงวุ่นวายกับการเสาะหาตัวคุณเป็นใคร แล้วใครฆ่าคุณ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ เรื่องราวของเราสองคนต้องเป็นความลับตลอดกาล ไม่มีใครมาเอาหัวใจทุกดวงของคุณไปจากฉันได้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้หัวใจทุกดวงของคุณอยู่กับฉัน… หลับให้สบายเถิด ขอฉันนะ ตับ ม้าม ปอด ไต และหัวใจของคุณ



+++++++++++++



ภายในห้องชันสูตรศพ ที่มีอุปกรณ์เครื่องมือผ่าตัดครบทุกอย่างสำหรับการชันสูตรพลิกศพ กลิ่นคาวเลือดปะปนมากับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ชายปริศนาร่างหนึ่ง ไม่ทราบชื่อ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง อายุประมาณ 30-35 ปี สูง 168 เซนติเมตร น้ำหนัก 66 กิโลกรัม ผิวสองสี ผมสั้นสีดำใบหน้าถูกกรีดโดยรอบถลกหนังหน้าออกจนเห็นกะโหลก ลูกตา และ ฟัน มีเนื้อเยื่อสีแดงเต็มไปด้วยเลือดติดอยู่จนดูไม่ออกเค้าหน้าเดิมมีลักษณะเช่นไร นอนหงายเหยียดตรงอยู่บนโต๊ะชันสูตรศพกลางห้อง ร่างกายเปลือยเปล่า บริเวณข้อเท้าและข้อมือมีรอยแดงช้ำห้อเลือดน่าจะเกิดจากการใช้เคเบิ้ลไทร์สายรัดพลาสติกไนลอนรัดไว้จนแน่น ปลายนิ้วมือทุกนิ้วถูกเฉือนออกไม่หลงเหลือลายนิ้วมืออยู่เลย ส่อเจตนาชัดเจนคนร้ายรายนี้ไม่ต้องการให้รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร บริเวณลำตัวตั้งแต่หน้าอกถูกของมีคมกรีดยาวลากไปถึงช่องท้องแนวตั้งประมาณสิบห้าเซนติเมตร

ศพถูกพบวันนี้ตอนเช้ามืดเวลาประมาณ 05:35 น. ในสภาพถูกมัดมือมัดเท้าตัวงออยู่ในถุงขยะใบใหญ่สีดำซ้อนสามชั้นวางไว้ใกล้กับถังขยะริมถนนเยื้องหน้าหมู่บ้านฟ้าสวย ติดกับถนนย่านนนทบุรี ผู้พบศพรายแรกคือเจ้าหน้าที่กวาดถนน เห็นถุงดำวางอยู่คิดว่าใครเอาอะไรมาทิ้งไม่ลงถังจึงมาเปิดดู กลายเป็นศพสภาพเปลือยล่อนจ้อนใบหน้าถูกถลกหนัง หน้าท้องถูกกรีดเป็นทางยาวมีรอยเย็บจึงรีบโทรแจ้งตำรวจ

“อะไรหายไปอีกหมอ นอกจาก ปอดสองข้าง กับหัวใจ”

ร.ต.ท. วันชัย กัณฑ์ตะเมฆ หรือผู้หมวดวันชัย รูปร่างบุคลิกดี ดวงตากลมโต นัยน์ตาฉายแววความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามนายแพทย์ สวมชุดคลุมสำหรับใช้ในห้องผ่าตัด ใบหน้ามีผ้าปิดจมูกและปาก ใส่หมวกพลาสติกสีขาวคลุมศีรษะเพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนในวัตถุพยานหลักฐาน ถามคุณหมอคมสันด้วยอาการร้อนรน

“ใจเย็น ๆ หมวด ขอเวลาผม สองนาที”

นายแพทย์คมสันผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์นิติเวชศาสตร์ สามารถรู้จักอวัยวะทุกชิ้นส่วนในร่างกายมนุษย์ต่อให้หลับตาคลำเพียงแค่ได้สัมผัสก็ตอบได้อวัยวะส่วนนั้นคืออะไร เหลือบตาขึ้นมอง ร.ต.ท. วันชัย ผ่านแว่นสายตาไร้กรอบทรงสี่เหลี่ยม ก่อนจะหันกลับมาสนใจอวัยวะต่าง ๆ ในมือที่สวมถุงมือยางเรียบร้อย ภายในช่องท้องว่ามีอะไรสูญหายไปบ้างนอกจากปอดและหัวใจ ซึ่งทราบกันก่อนหน้านี้แล้ว งานนี้ทำเอาจ่าเกิดลูกน้องติดตามผู้หมวดวันชัย รู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอมกับภาพดังกล่าวจนรีบขอตัวออกมาสูดอากาศภายนอกแทน

“ตับ”

“อะไรนะหมอ”

“เดี๋ยวนะ ไต สองข้างก็หายไปด้วย”

“อะไรของมัน” ใบหน้ามีคำถามปะปนสยดสยองเอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกมืดแปดด้าน กับคนร้ายรายนี้ที่เขาไม่รู้อะไรเลยแม้กระทั่งชื่อของผู้ตาย

“แปลก แปลกมาก” เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้หมวดวันชัยด้วยสีหน้าฉงนสนเท่ห์กว่าเดิม

“อะไรอีกหมอ”

“ม้ามก็หายไปด้วย”

“หือ ม้ามเนี่ยนะ” ขมวดคิ้วเข้าหากันเพ่งไปยังใบหน้านายแพทย์ชนิดเต็มไปด้วยคำถาม

“มันเอาไปทำไมหมอ” เผลอถามคำถามที่รู้อยู่แล้วต้องไม่ได้คำตอบ

“ผมไม่รู้ นั่นมันหน้าที่หมวดต้องค้นหาความจริง”

“มีอะไรทำให้ผมเซอร์ไพรส์มากกว่านี้อีกไหม”

“หมดแล้ว สรุปชิ้นส่วนอวัยวะหายไปของผู้ตายคือ ตับ ม้าม ปอด ไต และ หัวใจ” นายแพทย์คมสันจัดเก็บอวัยวะทุกส่วนของผู้ตายให้เข้าที่ตามเดิมก่อนจะถอนมือออกมาจากช่องท้อง

“คนร้ายมันเอาพวกนี้ไปทำไมนะ” ครุ่นคิดพึมพำออกมาเบา ๆ คุยกับตัวเองอีกครั้ง

“มีอีกอย่างที่ผมสันนิษฐานว่า…”

ประโยคนั้นทำให้ ร.ต.ท. วันชัย หวาดหวั่น หันขวับจ้องหน้าอีกฝ่าย “หมอทำให้ผมกลัวนะ”

“ผู้ตายไม่มีบาดแผลตรงไหนเลยนอกจากรอยกรีดหน้าท้อง เย็บแผลด้วยเข็มเย็บแผลในห้องผ่าตัด แต่ใช้ด้ายเย็บผ้าทั่วไปพอไม่ให้ไส้กับอวัยวะส่วนอื่นไหลออกมากองภายนอกข้อนี้ต้องขอบคุณคนร้ายนะ อีกอย่างการสูบฉีดเลือดจากหัวใจยังคงทำงาน ดูจากยังมีการไหลเวียนของเลือดเป็นปกติดีก่อนการตัดเอาหัวใจออกไป ผมคิดว่าคนร้ายต้องการให้ผู้ตายรับรู้และทรมานก่อนตาย โดยการตัดเอาตับ ม้าม ปอด ไต ออกไปก่อนจะตัดเอาหัวใจเป็นขั้นตอนสุดท้าย”

“อะไรนะ ในระหว่างตัดเอา ตับ ม้าม ปอด ไต ผู้ตายยังหายใจอยู่” ร.ต.ท. วันชัย ถึงกับเบิกตากว้างโพล่งคำถามออกมาด้วยอารามไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เขาได้ยินคือเรื่องจริง

“ใช่”

“นี่มันมนุษย์ หรือตัวอะไรกันแน่”

“ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าให้ผมจินตนาการนะ พอคนร้ายใช้มีดชนิดไม่มีฟัน จะว่าไปมันก็ดูคล้ายมีดด้ามนี้เลยที่เปิดแผลหน้าท้อง…” นายแพทย์คมสันหยิบมีดผ่าตัดด้ามหนึ่งเต็มไปด้วยเลือดขึ้นมาชูให้อีกฝ่ายดู

“มีดผ่าตัดเหรอ” ผู้หมวดวันชัยมีสีหน้าฉงนรีบถามต่อ

“คือลักษณะการกรีดแผลตอนวางมีดครั้งแรกยาวประมาณสามนิ้วมันเรียบมากคล้ายคนเคยใช้มีดมาก่อน แต่มันเหมือนเขาหยุดไปแล้วเริ่มลงมือกรีดใหม่คราวนี้รอยกรีดมันต่างกับครั้งแรกคล้ายต้องกรีดซ้ำทำให้เกิดแผลเป็นคลื่นดูเหมือนคนไม่เคยใช้มีด ตอนทำมือน่าจะสั่น ๆ ด้วย และรอยที่ข้อมือข้อเท้าคงถูกมัดไว้จนแน่น แต่เขาพยายามดิ้นรนขัดขืนหนีเอาตัวรอด และถูกปิดปากด้วยเทปกาว รอบปากเขายังมีกาวเหนียวติดอยู่ คนร้ายต้องการให้ผู้ตายรู้ทุกขั้นตอนที่เริ่มตัดเอาชิ้นเนื้อทุกชิ้นออก โดยที่คนร้ายไม่ได้ฉีดยาชาให้เลย ตรวจสอบแล้วไม่มีสารเคมีชนิดใดตกค้างในร่างกาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงผู้ตายจะเจ็บปวดทรมานมากแค่ไหนก่อนตาย” ถ้อยคำและแววตาของนายแพทย์คมสันแลดูสงสารผู้ตายจับใจ ถึงแม้เขาเคยชินกับการชันสูตรศพมานับไม่ถ้วน ทว่ารายนี้ทำเอาเขาเองถึงกับสลดหดหู่

“ผมไม่แน่ใจจะทนฟังหมอเล่าจนจบได้ไหม” เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากมีอาการพะอืดพะอมสะอิดสะเอียนคลื่นไส้ปนสยองขึ้นมาบ้างแล้ว

“งั้นสรุปสั้น ๆ คนร้ายจะเริ่มจากชิ้นไหนไม่สำคัญ แต่ชิ้นส่วนสุดท้ายคือหัวใจ ถึงยังไงผมก็สงสัยว่าเขาน่าจะไม่มีความรู้เรื่องการผ่าตัดเอาอวัยวะชิ้นส่วนมนุษย์ออกมานะ เพราะดูจากการตัดแล้วมันเป็นการตัดแบบลังเลไม่มั่นใจเพียงแค่เอาสิ่งที่ต้องการออกมาเท่านั้น มันเลยทำให้ตัดอวัยวะส่วนอื่นฉีกขาดไปด้วย และเขาทำอย่างรวดเร็ว คงกลัวช็อกตายก่อนจะไปตัดเอาหัวใจ มันก็ยังแปลกตรงคนร้ายรู้ได้ยังไงว่าต้องตัดตรงไหนถึงเอาอวัยวะพวกนั้นออกมานี่สิ” นายแพทย์คมสันย่นคิ้วจนเกือบชนกันตอบรวบรัดตัดบทยังมีสีหน้าแววตาเปี่ยมไปด้วยความสมเพชเวทนาต่อเหยื่อรายนี้ ก่อนจะเรียกให้ผู้ช่วยประจำห้องผ่าตัดคนหนึ่งเข้ามาช่วยเย็บแผลหน้าท้องต่อจากเขา

“หมอกำลังสงสัยคนร้ายอาจมีความรู้ด้านการผ่าตัดเหมือนหมอ”

“นั่นก็ประเด็นหนึ่ง หรือไม่เขาก็คงไปศึกษาวิธีการพวกนี้มาจากในหนังสือตำราแพทย์ ไม่ก็ในอินเตอร์เน็ต”

“แล้วใบหน้าที่ถูกถลกหนัง กับ การเฉือนลายนิ้วมือทุกนิ้วล่ะ หมอคิดว่า...”

“สองขั้นตอนนี้ น่าจะทำหลังจากเขาตาย เพื่อทำลายหลักฐาน ไม่ให้หมวดตามหาร่องรอยเจอ”

ความเงียบเข้ามาปกคลุมบุคคลทั้งสอง ทุกอย่างในเวลานี้เป็นเครื่องหมายคำถาม เขากำลังรับมืออยู่กับใครกันแน่ ต่อให้เป็นมัจจุราช หรือปีศาจหน้าไหน จะต้องตามล่าลากคอคนร้ายรายนี้มารับโทษความผิดตามกฎหมายให้ได้

“พบอะไรที่สามารถโยงใยไปหาตัวคนร้ายไหมหมอ”

“ไม่เลย ศพนี้ปกปิดร่องรอยได้ประณีตมาก ตอนล้างตัวผู้ตายดูอย่างละเอียดแล้วไม่มีหลักฐานอะไรหลงเหลือไว้เลย”

“เส้นผม เส้นขน รอยนิ้วมือ รอยเลือด….”

“ไม่มี”

คำตอบของนายแพทย์คมสัน ทำให้ ร.ต.ท. วันชัย ยืนนิ่งกอดอกใช้มือข้างหนึ่งลูบปลายคางมีหน้ากากอนามัยปิดอยู่ สายตามองไปยังร่างไร้วิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ หยุดอยู่ที่ใบหน้าอันชวนสยอง ยิ่งทำให้นึกเวทนาสงสารเมื่อคิดถึงตอนเขาต้องทนทุกข์ทรมานมากเพียงใดก่อนเสียชีวิต

“เดี๋ยวผมกลับไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุหน่อย ฝากหมอด้วยนะ เจออะไรเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีติดต่อผมทันที และผมขอผลตรวจพรุ่งนี้ก่อนแปดโมงนะหมอ”

“หน้าที่ผมอยู่แล้ว คดีนี้ผมจะได้นั่งจิบ ปิโนต์นัวร์ (Pinot noir) ไหมหมวด” เป็นคำถามประจำของนายแพทย์หนุ่มวัยสามสิบเจ็ดปีมักเอ่ยแทบทุกครั้งเวลาเจอหน้ากับ ร.ต.ท. วันชัยซึ่งอายุน้อยกว่าเขาหลายปี แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาระหว่างมิตรภาพ ทั้งคู่มีโอกาสได้ร่วมงานกันมาสี่ปีสนิทมากพอจะชวนไปนั่งจิบไวน์ด้วยกันเวลาผู้หมวดสามารถไขคดีจับตัวคนร้ายได้ในแต่ละครั้ง

ร.ต.ท. วันชัย ชะงักปลายเท้าหยุดอยู่หน้าประตูห้อง เผยอยิ้มมุมปากให้กับความมีอารมณ์ขันฝืดในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ของนายแพทย์คมสันก่อนตอบกลับ“ผมเลี้ยงหมอสามวันติดกันเลย หลังจบงานนี้” แล้วเปิดประตูออกไปนอกห้อง อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นจนเห็นได้ชัด เขาถอดเสื้อคลุมใส่ลงในตะกร้าผ้ารถเข็น และถอดหมวกกับถุงมือใส่ลงในถังขยะ ขณะเดินตรงไปหาจ่าเกิด นั่งรออยู่ทางด้านหน้าอาคารเพื่อให้ห่างไกลจากห้องชันสูตรศพ ก้มมองดูนาฬิกาบอกเวลา 16:40 น.



(มีต่อ)

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

10 พ.ย. 2565 19:25 #1

“กาแฟร้อนครับหมวด แต่มันเย็นแล้ว” จ.ส.ต. เกิด ยิ้มแหยหน้าเจื่อนไม่กล้าสู้หน้าหัวหน้ารู้สึกผิดที่ปล่อยให้อยู่ภายในห้องชันสูตรศพคนเดียว ถึงแม้รู้ว่าบุคคลตรงหน้าไม่ถือสา เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาไม่สามารถทนอยู่ในห้องนั้นได้

“ขอบคุณจ่า” รับกาแฟร้อนแก้วพลาสติกที่ไม่หลงเหลือความร้อน ขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ รสชาติขมเย็นชืดของมันทำให้เขารีบมองหาถังขยะ

“จ่าเดี๋ยวเราไปที่เกิดเหตุกัน”

“ครับ...แล้ว..เอ่อ..ภายในห้อง...”

“ไม่มีหลักฐานอะไรให้สืบค้นไปหาตัวคนร้ายได้เลย ส่วนศพ ตับ ม้าม ปอด ไต และหัวใจ หายไป”

“หา...”มีอาการตาค้างยืนนิ่งจ้องมองผู้หมวดวันชัยตาไม่กะพริบ จู่ ๆ ขนแขนลุกเกรียวขึ้นมาทันที

“เดี๋ยวผมเล่ารายละเอียดให้ฟังในรถ รีบไปรถคงติดแน่”

กว่าทั้งคู่จะฝ่าการจาราจรคับคั่งบนท้องถนนมาได้ใช้เวลาไปชั่วโมงเศษก็มาถึงสถานที่เกิดเหตุ มีเทปกั้นเขตสีเหลืองตัวหนังสือสีดำ เขียนว่า DANGER ZONE DO NOT CROSS โดยรอบบริเวณพื้นที่เกิดเหตุตีวงกว้างขยายออกไปอีกประมาณสิบห้าเมตร ทั้งคู่เดินลอดเส้นกั้นตรงไปยังถังขยะสีเขียวกับเหลืองสองใบ จ่าเกิดเดินวนทั่วเส้นกั้นภายในเผื่อเจออะไรเพิ่มเติม ถุงขยะสีดำสามใบถูกส่งไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝง ถึงแม้รู้คำตอบล่วงหน้าว่าจะไม่ได้อะไร คนร้ายฉลาดเป็นกรดอย่างนี้มีเหรอจะไม่สวมถุงมือ

“จ่า มีใครเอากล้องวงจรปิดละแวกนี้ไปตรวจสอบหรือยัง”

“เอาไปหมดแล้วครับหมวด กำชับไปแล้วต้องรู้เรื่องก่อนเข้าห้องประชุมพรุ่งนี้เช้าครับ”

“แล้วมีใครจับถุงขยะด้วยมือเปล่าบ้างนอกจากป้าที่เห็นคนแรก”

“ป้าบอกจำไม่ได้ คงมีแต่ป้าคนเดียว เจ้าหน้าที่เก็บลายนิ้วมือป้าไปเรียบร้อยครับหมวด”

“ดีมากจ่า...เราเดินไปคุยกับยามหน้าหมู่บ้านฟ้าสวยกันหน่อยดีกว่า”

“ดีครับ ขืนอยู่ตรงนี้นาน ผมคงเป็นลมเพราะดมกลิ่นขยะนี้แน่ โอย..ไม่ไหว กลิ่นมันชวนให้ผมจะอ้วกเสียให้ได้” จ่าเกิดบี้จมูกกลั้นลมหายใจไม่อยากสูดเอากลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากกองขยะอีก รีบเดินตามผู้หมวดวันชัยตรงไปหายามหน้าหมู่บ้านฟ้าสวยอยู่ห่างไปประมาณหกสิบเมตร

เป็นไปตามความคาดหมาย ได้คำตอบเดิม คือไม่รู้ ไม่เห็นอะไรเลย คนหนึ่งปั่นจักรยานเข้าไปตรวจรอบหมู่บ้าน ส่วนอีกคนก็อยู่แต่ในซุ้มป้อมยามเลยไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งปกติ หรือเห็นใครทำอะไร อีกอย่างตรงถังขยะก็เป็นมุมลับตายิ่งทำให้มองไม่เห็น รถยนต์วิ่งผ่านก็เห็นมีบ้างเป็นธรรมดาของบนถนนสายนี้มีวิ่งทั้งคืน

คว้าน้ำเหลวอีกครั้ง ทั้งสองเดินกลับไปที่รถ ร.ต.ท. วันชัย กำลังขบคิดนี่เขาพลาดอะไรตรงไหนไปหรือเปล่า และพยายามสวมจิตวิญญาณแทนคนร้าย ถ้าเขาเป็นคนร้ายก็คงไม่มีทางทิ้งหลักฐานไว้ให้ติดตาม ทำให้คิดไปไกลถึงวันพรุ่งนี้เมื่อเห็นกล้องวงจรปิด อาจได้รูปรถกับป้ายทะเบียนมาก็จริง ทว่ามันคงเป็นป้ายทะเบียนรถปลอม ซึ่งถ้าเป็นเขาคงทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน

“บ้านป้าสายใจที่เห็นศพเป็นคนแรกอยู่แถวไหนจ่า”

จ.ส.ต.เกิด เปิดแฟ้มคดีนี้ขึ้นมาอ่าน “ดูจากข้อมูลให้ไว้อยู่แถวนนนี่แหละครับหมวดแกรับผิดชอบเก็บกวาดถนนเส้นนี้”

“ไปคุยกับป้ากันหน่อย”

“ครับ”

สิบห้านาทีต่อมารถยนต์ตำรวจติดไซเรนบนหลังคาแต่ไม่ได้เปิดใช้งาน มีตัวหนังสือ POLICE ติดไว้ด้านข้างตัวรถทั้งสองฝั่งเข้ามาจอดหน้าปากซอยหมู่บ้านแห่งหนึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียวถูกสร้างติดกันยาวหลายสิบหลังคาเรือน มีผู้คนอาศัยอยู่กันพลุกพล่านเด็กหลายคนพากันวิ่งเล่นหน้าบ้าน จ่าเกิดเปิดประตูรถถามถึงบ้านของป้าใจ หรือสายใจ ยั่งยืน เด็กชายคนหนึ่งสวมชุดนักเรียนชี้ไปยังบ้านหลังสุดท้ายสุดซอย

เสียงออดดังขึ้นสองครั้ง หญิงสูงวัย อายุ 59 ปี รูปร่างเล็กผมสั้นหยักศกสีดำแซมขาว ผิวออกคล้ำ ใบหน้าเรียวมนมีริ้วรอยร่องแก้มลึกและฝ้าบริเวณโหนกแก้มกับหน้าผาก ทำท่าตกใจเมื่อเปิดประตูออกมาเห็นชายสองคนยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านที่ห่างตัวบ้านราวสองเมตร ชายคนหนึ่งสวมชุดเครื่องแบบทำให้รู้ได้ทันทีคือตำรวจ เดินเข้าไปหาอย่างประหม่า ทั้งสองกล่าวสวัสดีพร้อมกับแนะนำตัว บอกจะมาสอบถามเรื่องเหตุการณ์เมื่อเช้า ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดลงเห็นได้ชัด มือไม้สั่นขณะเปิดประตูให้นายตำรวจทั้งสองเข้ามาในบ้าน

“เชิญนั่งก่อนจ้ะ เดี๋ยวฉันให้ลูกสาวเอาน้ำมาให้ นุชเอ้ยเอาน้ำเย็นมาให้คุณตำรวจหน่อยสองแก้วนะ” เสียงตะโกนดังพอให้คนทางด้านหลังบ้านได้ยิน

“ไม่ต้องหรอกป้า เราขอสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อยเอง” จ.ส.ต. เกิดรีบบอกปฏิเสธเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกเป็นภาระ นั่งลงกับพื้นซีเมนต์หินอ่อน ด้านหน้าจอทีวีสีดำไม่ได้เปิดใช้งานชิดกับผนัง มีราวแขวนผ้าอยู่เต็มติดผนังตรงข้ามติดกับหน้าต่างมุ้งลวด อีกฝั่งเห็นมีประตูสองบานติดกันน่าจะเป็นห้องนอน ในสุดเป็นประตูเปิดออกไปทางด้านหลัง จากการตรวจสอบประวัติของเจ้าของบ้านมาแล้วจึงทราบว่าป้าสายใจพักอยู่กับลูกสาวเพียงสองคน ส่วนสามีประสบอุบติเหตุในระหว่างทำงานก่อสร้างเสียชีวิตไปแล้วสองปี

“จะถามอะไรป้าอีกเหรอ” ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นฝั่งตรงข้ามกับคนทั้งสอง

“ผมรับผิดชอบคดีนี้โดยตรง เมื่อเช้าไม่ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ จะรบกวนป้าเล่าซ้ำอีกครั้งได้ไหมครับป้าพบศพเมื่อไร ในสภาพยังไง”

“ป้าเห็นศพนั้นยังกลัวไม่หาย ไม่รู้คืนนี้จะเอาไปฝันร้ายหรือเปล่า” ใบหน้าซีดจางนั้นใช้สองมือลูบต้นแขนจู่ ๆ ก็เกิดขนลุกซู่ขึ้นมา

“ถ้าป้ากลัวก็สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนสิป้า” จ่าเกิดแนะนำ

“ป้าคิดอยู่จะนิมนต์หลวงพ่อไปไว้บนหัวนอนคืนนี้”

คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ทั้งสองอดยิ้มออกมาไม่ได้ และจ่าเกิดตอบกลับ “ดี ๆ ป้าจะได้ไม่ฝันร้าย งั้นรบกวนช่วยป้าเล่าเรื่องเมื่อเช้าให้ฟังหน่อยนะ”

“ป้าออกไปทำงานตีห้า เริ่มต้นกวาดถนนไปเรื่อย ๆ จนไปถึงถังขยะวางอยู่สองใบ เห็นถุงดำมันวางอยู่ข้างนอก ก็นึกว่าใครเอาอะไรมาทิ้งไว้ ทำไมไม่ทิ้งให้ตรงถัง คิดอีกทีเผื่อเป็นของใช้คนรวยเขาไม่ใช้แล้วเอามาทิ้ง ถ้ามันยังพอใช้ได้ป้าก็จะเอามาเก็บที่บ้าน เลยวางไม้กวาดไว้ ตรงไปเปิดปากถุง ของอะไรทำไมมันหนักจัง รีบแก้เชือกรัดปากถุง พอเปิดได้มองเข้าไปเห็นเป็นสีดำ ๆ ไม่ชัดเป็นอะไร อ้าปากถุงให้กว้างขึ้น ทีนี้ถุงมันหลุดมือ ของข้างในมันล้มลง เห็นชัดเจนว่าเป็นหัวคนผมสีดำใบหน้าไม่มีเนื้อหนังมีแต่เลือดนอนคุดคู้อยู่ ไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ เท่านี้แหละป้าก็หวีดร้องวิ่งหนีมาตั้งหลักไกลจากตรงนั้น คนที่เดินมาเห็นเป็นผู้ชายท่าทางกำลังไปทำงานก็รีบมาถามป้าเป็นอะไร เห็นร้องลั่นตัวสั่นเป็นเจ้าเข้ายังกับคนบ้าเสียสติ ป้าก็บอกมีคนอยู่ในถุงดำ ชี้ไปตรงถังขยะหันหน้าไปทางอื่นไม่กล้ามองแล้วกลัวมาก ผู้ชายคนนั้นย่องเข้าไปดูใกล้ ๆ ช้า ๆ คงกลัวอยู่แหละ พอเห็นเป็นคนจริง ๆ บอกให้ป้ารีบโทรหาตำรวจ 191 ส่วนเขาไม่มีเวลาเพราะต้องรีบไปทำงานมีประชุมด่วน แต่เขายืนอยู่เป็นเพื่อนป้าสักพักพอให้ป้าหายตกใจถึงไปนะ มีเสียงหวอรถตำรวจดังนั่นแหละเขาเลยขอตัวไปก่อน ป้าก็ไม่เข้าไปดูศพอีกจนตำรวจมากัน” ใบหน้าซีดจางลงอีก น้ำเสียงสั่น ๆ ทำให้รู้ว่าคนเล่ายังมีความหวาดกลัวมาก

“มีใครอีกไหมป้าที่เข้ามาเห็นศพรายนี้ตอนป้าส่งเสียงร้องให้คนมาช่วย”

“ป้าก็จำไม่ได้นะ มีอีกสองสามคนมั้ง เดินมาเป็นกลุ่ม ยืนดูอยู่ห่าง ๆ เห็นพวกตำรวจมากันเยอะมาก”

“แล้วป้าจำหน้าพวกเขาได้ไหม ที่มาเป็นกลุ่มน่ะ”

“จำไม่ได้ ป้าไม่ได้สนใจดูพวกเขาเลย ได้ยินแต่คุยกันว่าศพน่ากลัวมากมีแผลเย็บที่หน้าท้องด้วยป้าก็ยิ่งกลัว และอีกอย่างป้ากำลังถูกตำรวจนายหนึ่งสอบปากคำอยู่ แต่จำผู้ชายคนแรกที่อยู่เป็นเพื่อนป้าได้ ป้าบอกรูปร่างหน้าตานายตำรวจคนนั้นไปแล้ว” ป้าสายใจตัดบทไม่อยากเล่าต่อ

“ถ้าเจออีกครั้งป้าจำเขาได้ไหม” คราวนี้ ร.ต.ท. วันชัย เป็นฝ่ายเอ่ยถาม

“จำได้สิคุณตำรวจ ไม่ลืมหรอก” ตอบรับหนักแน่น

“ถ้างั้นทดสอบความจำกันหน่อย ป้าช่วยเล่ารายละเอียดรูปร่างหน้าตาผู้ชายคนนั้นให้ผมฟังหน่อยสิ” ร.ต.ท. วันชัย กับจ.ส.ต. เกิดอมยิ้มขยิบตาให้กัน

“แหมคุณตำรวจเห็นแก่อย่างนี้ ป้าความจำดีนะ เขาน่าจะอายุไม่เกินสามสิบ ตัวสูง รูปร่างหนาไม่อ้วนนะ ผมสั้นเปิดหน้าผาก จมูกโด่งบานออก ปากบาง ผิวขาวเหลือง ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวทับเข้าในกางเกงผ้าสีดำมีกระเป๋าสะพายไว้ด้านข้างหนึ่งใบ หมดแล้วป้าจำได้แค่นี้”

“เก่งมากป้า ตรงกับที่เขียนอยู่ในรายงานเลย” จ.ส.ต. เกิดยิ้มให้กล่าวชื่นชม

“แล้วคุณตำรวจรู้ตัวคนร้ายหรือยัง ใครนะช่างใจร้ายทำกันได้ลงคอขนาดนั้น” สีหน้าของป้าสายใจวูบสลดลงในทันทีด้วยความสงสารผู้เคราะห์ร้าย

“ยังครับป้ากำลังอยู่ในขบวนการสืบสวน” จ.ส.ต. เกิดตอบไปสั้น ๆ

“ขอบคุณป้ามากครับ เดี๋ยวผมสองคนขอตัวกลับเลย ไม่รบกวนป้าแล้ว และนี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ผม ถ้าป้านึกอะไรได้หรือพอจำใครได้บ้าง ช่วยโทรบอกผมด้วยนะครับ” ร.ต.ท. วันชัย ยื่นนามบัตรส่งให้และลุกขึ้นยืน

“ขอโทษค่ะ มัวแต่สาละวนอยู่กับแกงในหม้อเลยปลีกตัวเอาน้ำมาให้ช้า” หญิงสาวคนหนึ่งน่าจะเป็นนงนุชลูกสาวของป้าสายใจเปิดประตูหลังบ้านเดินถือถาดน้ำเย็นสองแก้วออกมาพอดี

“ครับ...เอ่อนี่ใช่คุณ…” ร.ต.ท. วันชัย มองหญิงร่างบางในชุดสีขาวลักษณะผู้ช่วยพยาบาล รูปหน้าคล้ายมารดาทว่าต่างกันตรงเธอผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลมากกว่าด้วยอายุเป็นตัวบ่งบอก

“นุชค่ะ” รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้านวลเนียนนั้น

“ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลเหรอครับ” ร.ต.ท. วันชัย เอ่ยถามเห็นจ่าเกิดเอายิ้มแต่จ้องหน้าอีกฝ่าย เอื้อมหยิบแก้วน้ำดื่มจากถาดในมือของนงนุชขึ้นมาดื่มตามมารยาท

“ใช่ค่ะ กำลังจะไปเข้าเวร ตอนแรกจะลาหยุดอยู่เป็นเพื่อนแม่ เห็นบ่นยังกลัวเรื่องเมื่อเช้า แม่ไม่ให้หยุดบอกอยู่คนเดียวได้ก็เลยไปทำ แต่ก็ต้องทำอาหารไว้ให้แม่ก่อนค่ะ”

“ไปทำงานเถอะแม่อยู่ได้ แล้วทำกับข้าวเสร็จหรือยังบอกไม่ต้องทำก็ไม่เคยเชื่อเดี๋ยวก็ไปเข้าเวรสาย” บ่นอุบอิบให้กับลูกสาว

“เสร็จแล้วแม่ ไม่เป็นไรหรอกทันอยู่แล้ว” หันไปตอบและยิ้มให้มารดา

“ทำงานอยู่โรงบาลไหนครับ” จ.ส.ต. เกิดถามขึ้นบ้าง เอื้อมหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มตามหัวหน้า

“โรงบาลนนทบุรี ใกล้ ๆ นี่เองค่ะ นั่งรถเมล์ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว”

“ผมผ่านทางนั้นพอดี ติดรถผมไปได้นะครับ ผมไปส่ง” ผู้หมวดวันชัยขันอาสา

“เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะขอนั่งกินข้าวกับแม่ก่อน ขอบคุณนะคะ” รีบปฏิเสธออกไปอย่างเกรงใจ

“ถ้างั้นผมสองคนไม่รบกวนขอตัวเลยนะครับ สวัสดีครับ”

คล้อยหลังสองแม่ลูก ร.ต.ท. วันชัย สั่ง จ.ส.ต. เกิดให้นำเจ้าหน้าที่มาเฝ้าติดตามสองแม่ลูกอย่างใกล้ชิดโดยอย่าให้รู้ตัวว่าถูกติดตาม และสั่งให้เร่งหาตัวชายผู้ต้องสงสัยดังกล่าวซึ่งอยู่กับป้าสายใจในเช้าวันนี้ให้เจอเร็วที่สุดเช่นกัน จ่าเกิดมีสีหน้างุนงงที่ได้รับคำสั่งให้ติดตามสองแม่ลูก ตั้งท่ากำลังเอ่ยปากถามแต่ก็เปลี่ยนใจด้วยรู้นิสัยดีตั้งแต่ทำงานร่วมกันมาสามปีหัวหน้าคนนี้ไม่เคยไว้ใจใคร และให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีคือผู้ต้องสงสัยทั้งหมด



…. จบตอน ….

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

10 พ.ย. 2565 19:33 #2

ทดลอง ตั้งกระทู้ ด้วยนิยายแนวสอบสวนสืบสวนปนสยอง กันเลยงานนี้ :-)

เอาไว้ สัปดาห์หน้ามาต่อตอนที่ 2 กัน



ขอให้เพื่อน ๆ นักอ่านทุกท่าน มีความสุขกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ดินสอสีเลือด

ดินสอสีเลือด

สมาชิก

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

11 พ.ย. 2565 08:56 #3

ขอบคุณ คุณดินสอสีเลือด ที่เอานิยายมาวางให้ เพื่อน ๆ ได้อ่านค่า

ขอบคุณค่ะ

Admin_support

Admin_support

ผู้ดูแล

alex jonh

alex jonh

ผู้เยี่ยมชม

2 เม.ย 2569 20:45 #4

I found this piece to be incredibly enlightening. The depth of analysis and the examples you provided really helped clarify some complex issues. Well done! <a href="https://www.realalexmartin.com">best ways to increase home value</a>

alex jonh

alex jonh

ผู้เยี่ยมชม

Ethan Martin

Ethan Martin

ผู้เยี่ยมชม

9 เม.ย 2569 12:38 #5

I found this to be quite insightful! Your ability to connect different ideas and present them coherently is commendable. Thank you for contributing such valuable content to the community. fix and flip strategies for beginners

Ethan Martin

Ethan Martin

ผู้เยี่ยมชม

Mei Lin

Mei Lin

ผู้เยี่ยมชม

11 เม.ย 2569 22:08 #6

I really enjoyed reading this! It sparked some new ideas for me and I love how you presented the information in such an engaging manner. Gelatin Trick

Mei Lin

Mei Lin

ผู้เยี่ยมชม

ตอบกระทู้
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้